คนรักษ์ป่า “พะตีทองคำ โพธิแก้ว”
เผยแพร่วันที่ 6 สิงหาคม 2021

เมื่อ 5 ปีก่อน “พะตีทองคำ โพธิแก้ว” เริ่มปลูกไผ่ด้วยตนเองที่บ้านแม่ยางส้าน อำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ชุมชนของพะตีประสบปัญหาสิ่งแวดล้อม หมอกควัน สภาพอากาศแปรปรวน เป็นจุดเริ่มต้นที่พะตีคิดจะมาปลูกไม้คืนป่า พะตีบอกข้อสังเกตกับเราว่า เมื่อปลูกไม้ก็ไม่มีการเผา ไม่มีการเผาก็ไม่มีหมอกควัน ต่อให้หมอกควันที่อื่นมาการมีป่าก็ช่วยดูดซับ ช่วยทั้งโลกร้อนและภาวะเรือนกระจกได้ ที่สำคัญไม้ป่าหนะราคาไม่เคยตก เมื่อจับจุดนี้ได้ พะตีก็มั่นใจพร้อมเดินหน้ากันพื้นที่ส่วนหนึ่งเพื่อปรับเปลี่ยนวิถี ได้มูลนิธิไทยรักษ์ป่าเข้ามาสนับสนุนกล้าพันธุ์ และวัสดุปลูก พะตีทองคำจึงได้ขยายแปลงปลูกเพิ่มมากขึ้นจากเดิมปลูกพะตีปลูกเองคนเดียว 50 กอปัจจุบันนี้มี 300-400 กอในพื้นที่ 4 ไร่
ปันพื้นที่ปรับวิถีปลูกไม้สร้างอนาคตที่ยั่งยืน
ถ้าไม่กล้าออกจากกรอบเราก็จะอยู่ที่เดิม ความมั่นคงของครอบครัวในวันนี้ เกิดขึ้นได้เพราะไม่ได้พึ่งรายได้ทางเดียว พะตีทองคำวางแผนการจัดการที่ดินอย่างรอบคอบ พื้นที่ส่วนหนึ่ง ปลูกข้าว เป็นอาหาร อีกส่วนปลูกข้าวโพด เป็นรายได้รายปี และอีกส่วนปันมาปลูกไผ่ พอไผ่รอดก็ปลูกไม้อื่นแซมเรื่อย ๆ ทั้ง ผักหวาน ไม่สัก ยางนา และเห็ดถอบ ในรอบปีก็มีรายได้หลายทาง
ไผ่หลากชนิดรายได้หลายทาง
เดิมทีพะตีปลูกแต่ไผ่ซางหม่น จากประสบการณ์ทำให้พะตีรู้ว่า เราไม่สามารถสร้างชิ้นงานขึ้นมาจากไผ่ชนิดเดียว ถ้าตั้งใจจะปลูกให้ปลูกหลากหลายทั้ง ไผ่ซางหม่น ไผ่หก ไผ่บง ไผ่รวก ไผ่หลอด เพราะไม้แต่ละชนิดให้ลำขนาดต่างกัน ก็สามารถเอามาประกอบเป็นเฟอร์นิเจอร์แต่ละส่วนงานได้ อย่างไผ่หลอดสามารถตัดไปตากแห้ง อบ ทำหลอดดื่มกาแฟก็เป็นรายได้อีกทาง
เพาะกล้า ปลูก แปรรูป ไผ่ครบวงจร
ไผ่ที่ปลูกมา 5 ปีตอนนี้ สามารถเพาะขยายพันธุ์กล้าไผ่จำหน่าย ได้ใช้ลำแปรรูปเป็นแก้วน้ำเครื่องใช้สอย และเฟอร์นิเจอร์ พะตีเล่าว่าช่วงต้นมีทีม กศน.มาสอนการแปรรูปไผ่ มีสมาชิกเรียนกว่า 30 คน แต่ไม่ค่อยมีใครเอากลับมาทำต่อ เมื่อได้เห็นก็เกิดความคิดว่า “ทำแบบนี้ไม่ได้กิน” ต้องลองทำให้สำเร็จจึงได้ทดลองออกแบบเฟอร์นิเจอร์ใหม่ออกมาเรื่อย ๆอย่างไม่ลดละ “ทดลองไปเถอะ ถ้าไม่ลองก็ไม่เกิดนวัตกรรม” พะตีทองคำ โพธิแก้ว ในวัย 62 ปี กล่าวอย่างมั่นใจในทิศทางที่ตนยึดถือ
อนาคตของไผ่
ปัจจุบันลูกชายพะตีเรียนจบปริญญาตรีกลับมาช่วยงานที่บ้าน พะตีเองมีความมั่นใจในไผ่ เมื่อลูกเรียนจบจึงชวนเขามาช่วยที่บ้านก่อน ตอนนี้จึงมีลูกช่วยแบ่งเบาภาระทั้ง การเพาะขยายกล้าพันธุ์ไผ่ และงานแปรรูปทั้งแก้วไผ่ หลังคาไผ่ ฟากไผ่ และการทำเฟอร์นิเจอร์ไผ่ เมื่อถามถึงอนาคตไผ่พะตีคิดว่าจำเป็นต้องสร้างนวัตกรรมใหม่ๆออกมาและขยายตลาด ถึงแม้นว่าในช่วงนี้ เรื่องตลาดลำบากหน่อยด้วยภาวะเศรษฐกิจชะงัก งันจากสถาณการณ์โควิด ถ้าเป็นได้ก็อยากให้หน่วยงานช่วยพยุงไปก่อน จนเกิดการเชื่อมโยงกับผู้รับซื้อ ปัจจุบันมีเพียงมูลนิธิไทยรักษ์ป่าที่ยังติดตามงานอยู่ทางชุมชนก็อุ่นใจ
อนาคตของแม่แจ่ม
เมื่อถามถึงทิศทางการเปลี่ยนวิถีของสมาชิกชุมชน พะตีทองคำเล่าให้ฟังว่าไม่ได้เปลี่ยนเลยทันที แต่มีการปรับปลูกไม้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันมี 1-2 ครอบครัวที่มาทำไผ่เต็มตัวในตอนนี้ แต่ถ้าเราทำจริงแล้วอยู่ได้ ชุมชนเห็นเขาก็จะมั่นใจได้ขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตงานพัฒนาของแม่แจ่ม พะตีก็จะยังทำต่อไปตราบเท่าที่ยังมีเรี่ยวแรง
#คนรักษ์ป่า
#วิถีชุมชนคนอยู่ร่วมผืนป่า
#ฟื้นฟูผืนป่าและระบบนิเวศ
#คุณค่าป่าต้นน้ำ
