คนรักษ์ป่า : ผู้ขับเคลื่อนงานเยาวชนนักสื่อความหมายธรรมชาติ – ลุงตั๋น มณีโต
เผยแพร่วันที่ 26 ธันวาคม 2021

ลุงตั๋น มณีโต คืออดีตเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติอินทนนท์ ที่ก่อตั้งชมรมนักสื่อความหมายธรรมชาติ สร้างเครือข่ายเยาวชนศรัทธาป่าในเชียงใหม่–ลำพูน
ใครคือ “ผู้บุกเบิกเครือข่ายเยาวชน” อย่างลุงตั๋น?
ลุงตั๋น มณีโต เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า วัย 68 ปี ผู้เคยโดนยิงระหว่างลาดตระเวนดูแลป่าอินทนนท์จนเสียตาข้างหนึ่ง ผู้ก่อตั้งชมรมนักสื่อความหมายธรรมชาติ เครือข่ายเยาวชนไทยรักษ์ป่า จ.เชียงใหม่ หลังเผชิญเหตุความรุนแรง กลายเป็นจุดเริ่มต้นในการทุ่มเทแรงใจสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนงานเยาวชนนักสื่อความหมายธรรมชาติ ของจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดข้างเคียงต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น
สายสัมพันธ์ธรรมชาติ: ผีเสื้อ–กระทิง สะท้อนอะไร?
“รู้ไหม..ในธรรมชาติผีเสื้อเกี่ยวกับกระทิงอย่างไร ?” ประโยคแรกที่ลุงตั๋นเอ่ยทักทายผู้อ่อนเยาว์กว่าอย่างเมตตา
ลุงตั๋นกล่าวว่า เรามักเห็นผีเสื้อ กระทิงและสัตว์อื่น ๆ กินโป่งดินที่มีเกลือเช่นเดียวกัน เพราะสัตว์ทุกชนิดต่างต้องการแร่ธาตุ แต่ไม่ใช่แค่นั้นหรอก ผีเสื้อเป็นนักผสมเกสร พืชพรรณต่าง ๆ ที่ติดดอกออกผลในธรรมชาติ ก็กลายมาเป็นอาหารสัตว์ป่าอื่น และเจ้ากระทิงตัวโตนั่นด้วย ผีเสื้อและกระทิงจึงเกื้อกูลสัมพันธ์กัน ขาดกันไม่ได้ กิจกรรมของคนเราก็เหมือนกัน ส่งผลกระทบต่อโลกใบนี้ไม่ว่าทางใดทางหนึ่งอยู่เสมอ
ลุงตั๋นทำอย่างไรให้ชาวบ้านดูแลป่าอย่างยั่งยืน?
เมื่อก่อนตอนลุงทำงานเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ใช้แต่ระเบียบข้อกฎหมาย มันเป็นไม้แข็ง ไม่สำเร็จ ลุงต้องเปลี่ยนแนวคิด การจัดการคนในพื้นที่ ต้องสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน และเยาวชนในพื้นที่ คนเงียบ ๆ อย่างลุงต้องปรับเปลี่ยนตัวเองหลายอย่าง ไม่ยึดทางเดียวหรือวิธีการเดียว เพื่อให้เขาเข้าถึง เอาใจแลกใจแล้วมาดูด้วยกันว่า ทำอย่างไรถึงดูแลป่าด้วยกันได้อย่างยั่งยืน
กิจกรรมใดช่วยปลูกจิตสำนึกให้เยาวชน?
เริ่มตั้งแต่ปี 2540 ในสายงานป้องกัน ลุงตั๋นเสนอแนวคิดการทำกิจกรรมเยาวชน เป็นกิจกรรมเล็ก ๆ ในโรงเรียน เรียกว่า “ห้องเรียนธรรมชาติ” ลุงประสานกับผู้บริหารของโรงเรียน ขอเวลาครั้งละ 1 – 2 ชม.ชวนนักเรียนออกนอกห้องไปสู่ธรรมชาติที่แท้จริงในบริเวณนั้น ทั้งลงห้วย ดูนก ดูพรรณไม้ และเดินป่า อีกทาง ลุงทำงานเชิงรุกโดยการนำสไลด์เข้าไปฉายในหมู่บ้าน เหมือนฉายหนัง ใช้ภาพประกอบเรื่องราว ค่อย ๆ เล่าไปให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ค่อย ๆ ซึมซับ
ปัจจุบัน เรามีหลักสูตร ดิน น้ำ ป่า และสัตว์ป่า สำหรับเด็กประถม และมีค่ายสำหรับเด็กมัธยมปีละสองครั้งช่วงปิดเทอม มีทั้งเด็ก ๆ ที่ทางโรงเรียนประสานมาขอให้จัดค่ายให้ และเด็ก ๆ ที่ทางมูลนิธิไทยรักษ์ป่าประสานมาให้จัดค่ายประจำปี โดยในค่ายจะเน้นเรื่องการสัมผัสให้เกิดประสบการณ์เป็นหลัก และจากเมล็ดพันธุ์สีเขียวที่เราปลูกไว้ในใจของเด็ก ๆ ที่ทำให้เราได้เด็กรุ่นใหม่กลับมาเป็นผู้ร่วมงานจัดค่ายในภายหลัง
ดูแลความต่างวัย – อย่างไรให้หัวใจเป็นหนึ่งเดียว?
ลุงตั๋นเล่าว่า ความท้าทายในการทำงานกับคนรุ่นใหม่มีอยู่หลายประการ แต่ทุกอย่างคลี่คลายได้ด้วยการรับฟัง
”เราต้องยอมรับฟังความคิดเขา อาจจะไม่ตรงใจเราแต่ก็มาฟังเหตุผลกันก่อน หลายครั้งแง่มุมจากเด็ก ๆ น่าสนใจมาก บางครั้งเขาก็คิดเชื่อมโยงได้เก่งกว่าเรา โลกมันเปลี่ยน สิ่งแวดล้อมมันเปลี่ยน เด็กเหล่านี้โตขึ้นมาอีกแบบ เราต้องเปิดใจรับฟังถึงจะทำงานกับเขาได้ ต้องคิดไว้เสมอว่า ต่อไปเขาเหล่านี้จะขึ้นมาสานต่ออุดมการณ์ของเรา เราจึงต้องฟังเขาให้มาก”
ลุงตั๋นหวังอะไรในอนาคตของเครือข่ายเยาวชน?
“ทุกวันนี้ ทุกคนดื่มน้ำ กินอาหาร หายใจ แล้วสิ่งเหล่านี้มาจากไหน ก็ล้วนแล้วแต่มาจากธรรมชาติและสัตว์ถึงทำให้โลกอยู่ได้ ในอนาคต ปัญหาจะยิ่งเพิ่มขึ้นอีก แต่เรายังมีเวลา ถ้าร่วมใจกัน เราสามารถทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้ ตลอดชีวิตลุงเกิดมาได้มีโอกาสปกป้องชีวิตที่ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ตัวเอง ให้เขาได้อยู่ดีในถิ่นของเขา ลุงรู้สึกดีที่ได้ทำงานเต็มที่ไม่ท้อถอย ตอนนี้ลุงเกษียณแล้ว แต่ยังทำงานเป็นประธานชมรมนักสื่อความหมายธรรมชาติอยู่ และมุ่งมั่นที่จะทำต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อส่งต่อรุ่นต่อรุ่น
ลุงอยากขยายเครือข่ายให้กว้างขึ้นอีก ปัจจุบันเครือข่ายเยาวชนมีที่ จ. เชียงใหม่ จ. ลำพูน จ. ลำปาง อย่างน้อยก็อยากให้ครอบคลุมทุกจังหวัดภาคเหนือ และถ้าแต่ละเครือข่ายเชื่อมโยงกันก็จะมีพลังมากขึ้น
ในระดับประเทศ ลุงอยากเห็นผู้นำที่มีนโยบายชัดเจนแน่นอน เพราะเรามีท่านมีทรัพยากรพร้อมอยู่ในมือ ถ้าตั้งมั่น จริงใจมากพอ ย่อมนำพาธรรมชาติ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อมของประเทศนี้ให้ดีขึ้นได้แน่”
เป้าหมายถัดไปของเครือข่ายเยาวชนคืออะไร?
แม้จะเกษียณจากหน้าที่พิทักษ์ป่าแล้ว แต่หัวใจของลุงตั๋นยังคงยืนหยัดอยู่กับธรรมชาติไม่เสื่อมคลาย ความฝันของลุงคือการได้เห็นเครือข่ายเยาวชนที่เข้มแข็ง ขยายครอบคลุมทั่วภาคเหนือ และเติบโตสู่ระดับประเทศโดยไม่ถูกจำกัดด้วยพรมแดนของจังหวัด ลุงเชื่อมั่นว่าหากเครือข่ายเหล่านี้เชื่อมโยงกันได้ จะกลายเป็นพลังบริสุทธิ์ที่มีศักยภาพมหาศาลในการดูแลป่าและสิ่งแวดล้อม
ลุงไม่เพียงหวังให้เยาวชนรักธรรมชาติ แต่ยังอยากให้ผู้นำประเทศตระหนักและลงมืออย่างจริงใจ เพราะในมือของผู้นำมีทั้งอำนาจและทรัพยากรที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้จริง ลุงเชื่อว่าหากมีนโยบายที่ชัดเจน โปร่งใส และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจต่อธรรมชาติ เราทุกคนจะได้อยู่ในโลกที่ดีขึ้น และเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ก็จะได้มีชีวิตรอดในถิ่นของเขาเช่นกัน
คำถามที่พบบ่อย
Q: นักสื่อความหมายธรรมชาติคือใคร?
A: คือผู้สื่อสารเรื่องธรรมชาติ–สัตว์ป่าให้คนเข้าใจ เช่น ลุงตั๋น ผู้ใช้กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน
Q: เมื่อไหร่ชุมชนเริ่มจัดค่ายเยาวชน?
A: เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ด้วย “ห้องเรียนธรรมชาติ” และค่ายเยาวชนปีละหลายรุ่น
Q: ทำไมต้องใช้แนวทาง “เอาใจ-แลกใจ” กับชุมชน?
A: เพราะลุงตั๋นพบว่า “กฎหมายอย่างเดียวไม่สำเร็จ” การเข้าใจและร่วมมือของชาวบ้านจึงจำเป็น
Q: ความหวังของลุงตั๋นคืออะไร?
A: ต้องการขยายเครือข่ายเยาวชนครอบคลุมภาคเหนือ–ระดับประเทศ พร้อมเห็น “นโยบายอนุรักษ์ที่จริงใจ
มูลนิธิไทยรักษ์ป่า สำนักงานกรุงเทพฯ
เบอร์ : 02-998-5000, 02-998-5999
Email : [email protected]
Facebook : มูลนิธิไทยรักษ์ป่า
Youtube : Thairakpa Foundation
