เครือข่ายเยาวชนเพื่อทำงานด้านการอนุรักษ์ – ธิษณะ สมใจดี

เผยแพร่วันที่ 16 ธันวาคม 2021

เส้นทางการสร้างเครือข่ายเยาวชนอนุรักษ์ป่าไทย: จากจุดเริ่มต้นสู่การเปลี่ยนแปลง

เบน – ธิษณะ สมใจดี เจ้าหน้าที่โครงการเยาวชน มูลนิธิไทยรักษ์ป่า ผู้เป็นกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนงานเยาวชนจนเกิดเป็นเครือข่ายเยาวชนเพื่อทำงานด้านการอนุรักษ์

“เหนื่อยหน่อยแต่ต้องทำ”

เป็นคำพูดที่ “พี่เบน” ไว้ใช้เตือนตัวเองและเป็นกำลังใจให้ตัวเองว่า เวลาทำงานกับคนหมู่มาก เราก็จะเจอปัญหามากขึ้น โดยเฉพาะการทำงานกับเยาวชน งานมักจะขาดความต่อเนื่อง ทั้งจากตัวเด็กเองที่หายไป บางครั้งครูและผู้ปกครองก็ไม่เข้าใจว่าให้เด็กมาทำงานทำไม ทำแล้วได้อะไร หรือปัญหากับทางชุมชนและข้อกฎหมายต่างๆ เราจะบ่นกับตัวเองว่า เหนื่อยจังเลย แต่เราก็ต้องทำ ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ ถ้าเราปล่อยมือ ใครจะมารับไม้ต่อ เราต้องถือไม้นี้ไว้ให้แน่น ก่อนจะมีคนมารับไม้ต่อไป ซึ่งก็คือเยาวชนเหล่านี้

สิ่งที่เราภูมิใจคือ ตอนนี้เด็กๆ ของเราทำงานแบบคิดกันเอง วางแผนงานกิจกรรมกันเองได้ เรามีการทำงานด้านแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันและเพิ่มพื้นที่ป่าในหลายมิติ เด็กๆไประดมทุนหากล้ายางนา เพาะเชื้อเห็ดเผาะกันเอง ติดต่อชุมชน ให้ปลูกในพื้นที่ปลอดสารเคมี และไม่มีไฟป่า แล้วไปติดต่อร้านอาหารให้รับซื้อเห็ดเผาะจากชุมชนนี้ในราคาสูง ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ ทางมูลนิธิมีหน้าที่แค่ช่วยแนะนำให้เท่านั้น

ถอยได้…แต่ไม่ท้อ

ปัญหาที่เราพบบ่อยคือ ครูและผู้ปกครองที่ไม่เข้าใจว่า เด็กมาทำงานแล้วจะได้อะไร หรือการย้ายถิ่นฐานตามผู้ปกครองของเด็กชาติพันธุ์ ส่วนเด็กในเมืองก็เป็นเด็กเรียน มักจะโดนดึงออกไปให้ห่างจากงานด้านสิ่งแวดล้อม เราต้องอธิบายกับครูให้เข้าใจว่า ครูจะได้อะไรจากการที่เด็กมาทำงานกับเรา ผู้ปกครอง ผู้บริหารโรงเรียนจะได้อะไร ต้องทำให้สถานศึกษาเข้าใจและเปิดให้เด็กมาทำงานกับเรา ส่วนตัวเด็กเองก็จะได้ประโยชน์ในการทำงานกับเรา ได้ผลงานเป็นพอร์ตสำหรับไปสมัครเรียนต่อและการสมัครงานในอนาคต เราต้องเข้าไปคุยกับผู้ปกครองว่า ผลงานเหล่านี้จะมีผลดีต่ออนาคตของเด็ก ทำให้เด็กไม่ต้องไปแข่งขันในเรื่องของผลคะแนนหรือผลการเรียนสูงๆ เหมือนคนอื่น

ซึ่งกว่าจะมาถึงตรงนี้ เราต้องพบเจอปัญหามามากมาย มีคำที่ผู้ใหญ่มักจะพูดว่า ท้อได้แต่อย่าถอย แต่เราจะกลับกันเป็น “ถอยได้..แต่ไม่ท้อ” คือ เราจะถอยออกมาดูก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างไร ท้อคือถอดใจ เลิกทำ แต่เราจะไม่ท้อ เราจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ต่อไป

งานด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง..แต่เป็นของทุกคน

เราอยากให้เด็กๆ ได้เข้าใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม และขยับไปจนถึงการเข้าไปมีบทบาทในการออกแบบนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการมีพื้นที่เชิงประจักษ์ที่เป็นผลสำเร็จของการทำงาน และการสร้างเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคมในจังหวัดเชียงใหม่ ได้รู้จักหน้าที่ของตนเองในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เพราะงานด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของทุกคน และในขณะเดียวกัน ชุมชนต่างๆที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ก็ควรจะได้รับผลตอบแทนในด้านใดด้านหนึ่งด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าเป็นไปได้ทั้งหมดนี้ ก็จะทำให้เกิดพื้นที่สีเขียวอย่างแท้จริงในเชียงใหม่ได้ในที่สุด

เมื่อไหร่ที่คนเปลี่ยนใจ ป่าไม้จะกลับมาเพื่อเปลี่ยนแปลง

ในอนาคต เราจะมุ่งไปที่ประเด็นของคาร์บอนเครดิต ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนได้จริง เราจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่ปลูกต้นไม้ แล้วสร้างรายได้ได้โดยไม่ต้องตัดต้นไม้ และจะมีการทำ MOU กับหลายๆ องค์กร ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม ลดขยะ และแก้ปัญหาการปล่อยน้ำเสียลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งเราเชื่อในแนวทางที่เราและมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ทำอยู่

เพราะไทยรักษ์ป่าเป็นองค์กรที่เปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่ได้คิด โดยหนุนเสริมและสนับสนุนการทำงานแก่เด็กและเยาวชนอย่างแท้จริง ซึ่งเรามีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการที่จะทำงานอย่างซื่อสัตย์ต่อสิ่งแวดล้อม เคารพต่อสังคมเพื่อรักษาป่าอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนเพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งของมูลนิธิได้กล่าวไว้ว่า “เมื่อไหร่ที่คนเปลี่ยนใจ ป่าไม้จะกลับมาเพื่อเปลี่ยนแปลง”

 

สนับสนุนเครือข่ายเยาวชนรักษ์ป่า หรือร่วมสร้างสรรค์โครงการอนุรักษ์ธรรมชาติ

แบ่งปันเรื่องราวของป่า