“การปลูกต้นไม้” หนึ่งในความจำเป็นเร่งด่วนในการฟื้นฟูระบบนิเวศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เผยแพร่วันที่ 20 กรกฎาคม 2021

:: อุณหภูมิทางบกและทะเลสูงขึ้น ความเป็นกรดในทะเลสูงขึ้นจากการดูดซับก๊าซเรือนกระจก ธารน้ำแข็งละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น รูปแบบการเกิดหยาดน้ำฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป ภัยพิบัติที่มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ภาวะน้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟป่า ก่อความสูญเสียและความเสียหายร้ายแรง กระทบต่อการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจ การอพยพโยกย้ายถิ่นฐานและการพลัดถิ่น ความมั่นคงทางอาหาร และระบบนิเวศ

.ทั้งหมดนี้ คือ ข้อมูลจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization) ที่เก็บรวบรวมมาร่วม 28 ปี ซึ่งเผยแพร่ในรายงาน “State of the Global Climate 2020” โดยได้เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญและหนักหน่วงตลอดช่วงเวลาหลายปี ซึ่งเราอาจจะเคยผ่านตา เคยได้ยินได้รับรู้ หรืออาจเคยเจอมากับตัวเองด้วยซ้ำ

.วันนี้ เราทุกคนกำลังเผชิญกับภาวะฉุกเฉินด้านสภาพอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ องค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) จึงได้ประกาศให้ปี 2564-2573 เป็น “ทศวรรษแห่งการฟื้นฟูระบบนิเวศ” ของสหประชาชาติ เป้าหมาย คือ เพิ่มความพยายามในการแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นกับป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ และระบบนิเวศอื่นๆ

.:: ผู้เชี่ยวชาญจาก Royal Botanic Gardens, Kew ระบุว่า “การปลูกต้นไม้” เป็นวิธีแก้ปัญหายอดเยี่ยมในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ รวมไปถึงนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิทยาศาสตร์ต่างก็ออกมาส่งเสริมการปลูกป่าทดแทนกันมากมาย

.แต่การปลูกต้นไม้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด…

.การปลูกต้นไม้ดีต่อโลกแน่นอน แต่ควรให้ความสำคัญในเรื่องอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย อย่างการตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความไม่รู้ ความยากจน กลไกตลาด ผลประโยชน์ทางการเมือง การขาดความสามารถในการบังคับใช้ รวมไปถึงการปกป้องผืนป่าที่ยังคงเหลือ เพราะต้นไม้ที่อายุเยอะและไม่เคยถูกทำลายจะดูดซับคาร์บอน ทนต่อไฟ พายุ และภัยแล้งได้มากกว่า

.เราควรปลูกต้นไม้บนพื้นที่ป่าเดิม เช่น ทุ่งหญ้า พื้นที่พรุ หรือพื้นที่ชุ่มน้ำให้เป็นป่า เพราะจะช่วยปกป้องที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และควรใช้พันธุ์ไม้พื้นเมือง เพราะจะเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพมากกว่าสายพันธุ์ต่างถิ่น การเลือกพันธุ์ไม้สำคัญ นักวิทยาศาสตร์แนะนำให้มีการผสมผสานระหว่างพันธุ์ไม้ที่พบตามธรรมชาติในท้องถิ่น พันธุ์ไม้หายากและพันธุ์ไม้ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ

.:: การตัดสินใจว่า ควรมีการปลูกต้นไม้ในพื้นที่การฟื้นฟูป่าหรือไม่ ?

ขึ้นอยู่กับว่าสภาพป่าตรงนั้นโดนทำลายไปมากแค่ไหน มีศักยภาพในการฟื้นตัวเองมากน้อยเพียงใด หากเป็นพื้นที่ที่เป็นป่าเสื่อมโทรม ถูกทำลายมานาน ปริมาณต้นไม้เดิม ต้นกล้า และเมล็ดพันธุ์ที่ฝังตัวอยู่ในดินจะมีปริมาณน้อยหรือไม่เหลืออยู่ ถ้าไม่มีผืนป่าอยู่ใกล้ๆ ซึ่งคอยเอื้อเมล็ดพันธุ์ให้ ไม่มีสัตว์ผู้ที่ช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์เข้าสู่พื้นที่ จะทำให้ความสามารถในการฟื้นตัวเองโดยธรรมชาติน้อยมาก

.ดังนั้น การฟื้นฟูให้ป่ากลับมามีสภาพเหมือนเดิมอาจต้องปลูกต้นไม้เสริม ควรปลูกพันธุ์ไม้ที่ช่วยเร่งการฟื้นตัวเองของป่า การจะปลูกหรือไม่นั้นจึงควรมีการศึกษาข้อมูลต่างๆ อย่างรอบด้านก่อน

.การปลูกป่าแต่ละครั้ง ควรวางเป้าหมายที่หลากหลายเพื่อผลลัพธ์ที่มากที่สุด เช่น ต้องช่วยต่อสู้กับวิกฤตภูมิอากาศ พัฒนาการอนุรักษ์ป่า สร้างผลประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น การปลูกป่าให้ประสบความสำเร็จจะต้องให้คนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด

.การศึกษาเผยว่าการให้ “คนในชุมชน” เข้ามามีส่วนร่วมเป็น “กุญแจแห่งความสำเร็จ” ของโครงการปลูกป่า เพราะพวกเขาจะเป็นคนที่จะได้อะไรจากการดูแลต้นไม้ในบริเวณนั้นมากที่สุด

.:: อย่างไรก็ตาม ยังคงมีอีกหลายประเทศที่ได้ประกาศนโยบาย “ปลูกป่า เพื่อปกป้องโลกในวันหน้า” ในแวดวงวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการแก้ไขการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ ภาวะโลกร้อน เห็นตรงกันว่า หากมีการปลูกต้นไม้ทั่วโลกจำนวน 1.2 ล้านล้านต้น เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากพื้นที่เสื่อมโทรม หรือพื้นที่ป่าเดิม จะช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจกที่ก่อให้เกิดโลกร้อน ซึ่งมนุษย์ได้สร้างเอาไว้ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาได้

.“การปลูกต้นไม้” จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่มีความสำคัญและเร่งด่วนในการฟื้นฟูระบบนิเวศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเริ่มโจมตีสภาพแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตนานาชนิดในโลกใบนี้

__________

ข้อมูล :

– https://www.sdgmove.com/…/10/state-of-global-climate-2020/

– http://www.tei.or.th/th/highlight_detail.php?event_id=380

– https://news.mongabay.com/…/is-planting-trees-as-good…/

– https://www.facebook.com/environman.th/posts/3391234871004936/

– https://www.bbc.com/news/science-environment-55795816…

– https://greennews.agency/?p=19088

– https://gfms.gistda.or.th/node/81

ภาพ :

Unsplash

 

แบ่งปันเรื่องราวของป่า