การเปลี่ยนแปลง ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศธรรมชาติ “กิ่วแม่ปาน” #1CLIMATECHANGE
เผยแพร่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2020

:: ร ะ บ บ นิ เ ว ศ ธ ร ร ม ช า ติ ป่ า เ ม ฆ มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม และจากการเข้ามาใช้ประโยชน์ของมนุษย์ ปัจจุบัน ป่าเมฆมีพื้นที่เพียงประมาณ 2.5% ของพื้นที่ป่าเขตร้อนทั้งหมดของโลก และยังมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ
:: ป่าเมฆ จึงกลายเป็นหนึ่งในวาระสำคัญระดับโลก (Cloud Forest Agenda) ในการจัดการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศป่าเมฆ ซึ่งรวมถึงป่าเมฆที่ กิ่ ว แ ม่ ป า น ต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
ผ ล ก ร ะ ท บ จ า ก ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ส ภ า พ ภู มิ อ า ก า ศ หรือ Climate Change
:: อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น จากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและโลกร้อน จะส่งผลให้การเกิดเมฆในระดับต่ำลดลง สภาพที่เหมาะสมต่อการคงอยู่ของระบบนิเวศป่าเมฆที่เคยอยู่ในระดับความสูงของเมฆเดิมนั้นจึงหายไป รวมทั้งความชื้นจากเมฆหมอกที่เคยปกคลุมเรือนยอดไม้ของป่าเมฆก็ลดลงด้วย
:: ความแปรปรวนของสภาพอากาศ ยังส่งผลกระทบต่อการปรับตัวของพืชและสัตว์ในระบบนิเวศป่าเมฆ ทำให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพไป !
___________
ถ่ายภาพ : จิตรภณ ไข่คำ
ข้อมูล : Trail Head เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ. เชียงใหม่

1. ป่ า เ ม ฆ กิ่ ว แ ม่ ป า น
:: ผืนป่าดิบเขาบนความสูงมากกว่า 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นป่าต้นน้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เขียวชอุ่มด้วยต้นไม้ที่มีเมฆหมอกปกคลุมเกือบทั้งปี สภาพอากาศหนาวเย็น ความชื้นสูง และลมแรง จึงมีเพียงพันธุ์ไม้ทนหนาวไม่กี่ชนิดเติบโตได้
:: ตามลำต้นกิ่งก้านของไม้ใหญ่ มีพืชพันธุ์ขนาดเล็กหลากหลายขึ้นหนาแน่น ชั้นเรือนยอดไม้ที่หนาทึบ จึงมีเพียงแสงแดดรำไรส่องลงมาสู่พื้นป่า การย่อยสลายเกิดขึ้นได้ยาก ตามพื้นดินจึงมีซากต้นไม้และใบไม้น้อยใหญ่ทับถมและกระจายอยู่ทั่วไป
:: แต่ตอนนี้ ระบบนิเวศธรรมชาติของป่าเมฆทั่วโลก รวมทั้งป่าเมฆกิ่วแม่ปาน กำลังได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ที่ส่งผลกระทบต่อทั่วทุกพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ !

2. ก า ร ต า ย ข อ ง พื ช อิ ง อ า ศั ย
:: อย่างการตายของพืชอิงอาศัยเล็กๆ ที่อยู่โดยรอบและมีความสัมพันธ์แบบอิงอาศัยกับต้นไม้ใหญ่ในป่าเมฆ จนถูกเรียกว่า ‘ต้ น ไ ม้ ใ ส่ เ สื้ อ’ ย่อมส่งผลต่อการมีชีวิตอยู่ของไม้ใหญ่ในป่าเมฆได้ เพราะการพึ่งพาและรักษาสมดุลในระบบนิเวศป่าเมฆหายไปนั่นเอง
:: ปกติแล้ว ในฤดูแล้งที่ขาดแคลนน้ำและความชุ่มชื้นในป่าเมฆ พืชอิงอาศัยจะพักตัว ใบหงิกงอ เหี่ยวแห้ง ไม่เติบโตแต่ไม่ตาย เมื่อความชุ่มชื้นกลับคืนสู่ผืนป่า จะฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง แต่เมื่อเกิดปัญหาภาวะโลกร้อน อุณหภูมิโลกสูงขึ้น และความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ฤดูกาลเกิดความแปรปรวน แล้งยาวนานขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อระบบการฟื้นตัวที่เป็นปกติของพืชอิงอาศัยในระบบนิเวศป่าเมฆ

3. ค ว า ม เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ที่ ไ ม่ อ า จ ห ลี ก เ ลี่ ย ง
:: หากเรามีโอกาสได้เข้าไปเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน หรือระบบนิเวศป่าเมฆในพื้นที่อื่นๆ เราอาจเริ่มสังเกตเห็นความแห้งแล้งของพันธุ์ไม้ที่เพิ่มขึ้น
:: ระบบนิเวศป่าเมฆมีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ทั้งจากสภาพแวดล้อมและการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ ทำให้ความห่วงกังวลต่อการอนุรักษ์ป่าเมฆทั่วโลกเพิ่มทวีมากยิ่งขึ้น
