การเปลี่ยนแปลง ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศธรรมชาติ “กิ่วแม่ปาน” #2ผลกระทบต่อระบบนิเวศเรือนรากไม้
เผยแพร่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2020

:: ลักษณะภูมิประเทศของป่าเมฆที่ลาดชัน และฝนตกชุก ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาดินกร่อน การสูญเสียหน้าดินและแร่ธาตุที่ดีในดินไป ทั้งจากน้ำไหลบ่าหน้าดิน โดยเฉพาะจากการกระทำของมนุษย์ ที่มีการเดินในเส้นทางเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนาน จนกลายเป็นทางเดินพื้นดินโล่งๆ
:: เมื่อขาดพืชคลุมหน้าดิน ระบบนิเวศเรือนรากไม้จะได้รับผลกระทบ เส้นทางฯ ที่กลายเป็นดินแน่นแข็ง น้ำซึมลงดินได้น้อย ดินก็จะเริ่มสึกกร่อนจากน้ำไหลบ่าหน้าดินมากขึ้น จนรากไม้ใหญ่โผล่พ้นดินและสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ในที่สุดต้นไม้ใหญ่เหล่านั้นก็จะง่ายต่อการโค่นล้มไป นั่นเอง !
___________
ถ่ายภาพ :
– ทินภัทร ภัทรเกียรติทวี
– ธิษณะ สมใจดี
ข้อมูล : Trail Head เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ. เชียงใหม่

1. ร า ก ไ ม้ โ ผ ล่ พ้ น ดิ น
:: เป็นผลกระทบที่เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนจากการเข้ามาใช้ประโยชน์ของมนุษย์เรา เกิดขึ้นต่อจากการกร่อนของดิน รากไม้โผล่ที่มากขึ้นจะทำให้น้ำฝนไหลผ่านใต้ลำต้นลงไประหว่างรากไม้ เมื่อดินที่ยึดเกาะรากสูญเสียไปก็จะส่งผลให้ต้นไม้นั้นเสี่ยงต่อการล้มได้ง่าย

2. พื ช ค ลุ ม ห น้ า ดิ น ห า ย ไ ป
:: พืชคลุมดินมีความสำคัญในการช่วยป้องกันการชะล้างของหน้าดิน โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเอียง คอยรองรับแรงปะทะของเม็ดฝน ชะลอการไหลของน้ำ ช่วยยึดเหนี่ยวเม็ดดินให้ติดกัน และยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์หน้าดิน หากสังเกตบนเส้นทางฯ จะเห็นว่า ไม่มีพืชคลุมดินและได้กลายเป็นพื้นดินแน่นแข็งแทน ทำให้การสูญเสียหน้าดิน และรากไม้โผล่มีมากขึ้น รวมทั้งยังสูญเสียความสมบูรณ์ในระบบนิเวศเรือนรากและหน้าดินด้วย

3. ดิ น บ น เ ส้ น ท า ง ฯ ก ร่ อ น แ ล ะ แ น่ น แ ข็ ง
:: การสูญเสียหน้าดินและแร่ธาตุในดิน เกิดขึ้นได้ทั้งจากธรรมชาติ ได้แก่ กระแสน้ำหรือลมพัดพา และการขาดต้นไม้หรือพืชยึดหน้าดิน รวมทั้งการเร่งให้เกิดการกร่อนมากขึ้น จากการเดินของผู้ใช้เส้นทางอย่างหนักและเป็นเวลานาน
