คนรักษ์ป่า บทบาทของครู กศน. ที่มากกว่าสอนหนังสือ “จันทร์แก้ว บุญมาปะ”
เผยแพร่วันที่ 14 กันยายน 2021

คนรักษ์ป่า : บทบาทของครู กศน. ที่มากกว่าสอนหนังสือ
ครูแก้ว หรือ จันทร์แก้ว บุญมาปะ เป็นครูประจำที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านสันดินแดง อำเภอจอมทอง มีหน้าที่สอนเด็กและประสานงานกับเยาวชนในชุมชน บ้านสันดินแดง ซึ่งเป็นชนเผ่าปกาเกอะญอ
ครูแก้ว ไม่ได้มีหน้าที่แค่สอนหนังสือ แต่ยังเป็นครู กศน. อำเภอจอมทอง ที่ทำหน้าที่ช่วยส่งเสริมงานอาชีพและให้องค์ความรู้กับชุมชน ช่วยดูแลโครงการงานสร้างป่าสร้างรายได้บ้านสันดินแดง ดูแลประสานขายออนไลน์ผ้าทอย้อมสีธรรมชาติผ่านเฟซบุ๊กให้กลุ่มแม่บ้านสันดินแดง และเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมขับเคลื่อนพัฒนาชุมชนร่วมกับผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
เส้นทางการพัฒนาผ้าทอย้อมสีธรรมชาติ
กว่า 9 ปีที่ทำงานในบ้านสันดินแดง ครูแก้วได้มีส่วนร่วมในการดูแลโครงการผ้าทอย้อมสีธรรมชาติ โดยนำผ้าทอของชาวบ้านไปจัดแสดง ทำให้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการหลวงและ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงเพื่อทำงานพัฒนาถึงสี่ปี
โดยปีแรก เป็นปีที่เริ่มงานด้วยวัตถุประสงค์ในการเน้นการอนุรักษ์วัฒนธรรมชนเผ่า ปีที่สอง เป็นการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ปีที่สาม เริ่มมีการแปรรูป และปีที่สี่ เป็นการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ซึ่ง บ้านสันดินแดงเป็นบ้านเดียวที่ได้งบประมาณในการทำโครงการถึงสี่ปี
และที่สำคัญคือ มีการสนับสนุนจาก มูลนิธิไทยรักษ์ป่า ในการพากลุ่มแม่บ้านไปศึกษาดูงานการย้อมสีธรรมชาติ การทอ การออกแบบในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งทุกครั้งหลังกลับมาจากดูงานประมาณหนึ่งสัปดาห์ ทางกลุ่มจะมีการนัดประชุมกันเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับคนในชุมชนที่อาจจะไม่ได้ไปดูงานด้วย และยังมีการประชุมกลุ่มแม่บ้านในทุกๆเดือน
นอกจากนี้ ครูแก้วยังทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคอีกมากมาย ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนา รวมทั้งงบประมาณจากมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ในโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ และโครงการด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น การปลูกป่า บวชป่า การทำแนวกันไฟ การให้ความรู้และปลูกจิตสำนึกในเรื่องสิ่งแวดล้อมให้คนในชุมชน และมีเจ้าหน้าที่เข้ามาทำงานในชุมชนอย่างใกล้ชิด
รักษาวิถีดั้งเดิม พัฒนาผ้าทอและลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว
คนในชุมชนบ้านสันดินแดง ยังคงมองเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ทุกวันนี้ ถึงจะไปทำงานข้างนอก แต่เมื่อกลับมาบ้านก็จะใส่เสื้อผ้าดั้งเดิม ทอผ้าแบบเดิม ประเพณีการแต่งงาน เจ้าสาวก็ยังต้องทอผ้าให้คนในครอบครัวเหมือนเดิม มีการสืบทอดวัฒนธรรมต่อกัน รุ่นต่อรุ่น
ดังนั้นการทอผ้าจะยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนสามารถจะผลิตต่อไปได้เรื่อย ๆ แต่ต้องได้รับการพัฒนาด้านการตลาดให้มากขึ้น และนอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเยาวชนอีกประมาณ 20 คนที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น ปลูกป่าที่วัด ทำแนวกันไฟ โดยทำร่วมกับมูลนิธิไทยรักษ์ป่าที่น่าจะสานต่องานของชุมชนต่อไปได้ในอนาคต
และในอนาคต ครูแก้วมีเป้าหมายในการทำงาน คือ อยากเน้นงานสร้างป่า สร้างรายได้ และผ้าทอย้อมสีธรรมชาติ โดยมองหาช่องทางในการสร้างแบรนด์ผ้าทอของชุมชน และสร้างลวดลายซึ่งเป็นจุดเด่นของแต่ละชุมชนให้เป็นอัตลักษณ์ รวมถึงพัฒนารูปแบบสินค้าใหม่ ๆ เพิ่มเติมจากสินค้าแบบเดิม
และยังมีแผนงานสร้างป่าสร้างรายได้ ที่ชุมชนร่วมกันคิด คือ การปลูกไม้ผล เช่น อะโวคาโดและกาแฟ เพราะจะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศน้อยกว่าพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพด ถั่วลิสง ถั่วแดงที่ปลูกกันอยู่เป็นหลักในตอนนี้ และจะช่วยลดผลกระทบในเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชนได้อีกด้วย
ไม่ใช่แค่เข้ามา..แต่ต้องไปให้ถึง
ครูแก้วย้ำว่า ในการทำงาน เราต้องมองให้ลึก ไม่ใช่ว่าได้เข้ามาทำงานในชุมชนแล้ว คือ จบ แต่เรายังต้องไปให้ถึง คือ เข้าให้ถึงใจ เข้าให้ถึงบริบทของคนในชุมชนด้วย และสุดท้าย คือ อยากขอบคุณมูลนิธิไทยรักษ์ป่าที่ก้าวเดินมาด้วยกัน คอยสนับสนุน ส่งเสริมกันอยู่เสมอ เพราะถ้าลำพังแต่ กศน.ทำอยู่หน่วยงานเดียว คงจะโดดเดี่ยวและไม่สามารถก้าวมาได้ไกลเหมือนทุกวันนี้
#คนรักษ์ป่า #วิถีชุมชนคนอยู่ร่วมผืนป่า
#คุณค่าในความหลากหลายทางชีวภาพ #คุณค่าป่าต้นน้ำ
