คนรักษ์ป่า “ปฏิภาณ วิริยะพนา” โซ่ข้อกลางในการแก้ปัญหาการจัดการพื้นที่ป่าอำเภอจอมทอง 

เผยแพร่วันที่ 5 กันยายน 2021

คนรักษ์ป่า : ปฏิภาณ วิริยะพนา ผู้เป็นดัง “โซ่ข้อกลาง” ในการแก้ปัญหาการจัดการพื้นที่ป่าอำเภอจอมทอง 

.

‘โซ่ข้อกลาง’ กลไกสำคัญของการแก้ปัญหา 

พี่เต๋า ปฏิภาณ วิริยะพนา เจ้าหน้าที่โครงการของมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ดูแลพื้นที่ในเขตอำเภอจอมทอง มีหน้าที่หลักคือ การประสานงานชุมชน ในประเด็นเรื่องการจัดการที่ดินอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ เพราะพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่ของชุมชนเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่ของอุทยาน  

.

เส้นทางการทำงานของพี่เต๋า เริ่มต้นในปี 2535 เมื่อมีกรณีขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานฯ กับชาวบ้าน จึงมีการจัดตั้งเครือข่าย “กลุ่มอนุรักษ์บนพื้นที่สูง อำเภอจอมทอง” เพื่อแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างคนบนพื้นที่สูงกับคนพื้นราบ ซึ่งต่อมาได้เข้าร่วมกับ “กลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ” และ “สมัชชาคนจน” และในท้ายที่สุด ได้มีการสรุปบทเรียนว่า ควรสร้างพื้นที่ต้นแบบอย่างเป็นรูปธรรมในเรื่องของการจัดการที่ดิน  โดยให้แต่ละเครือข่าย มีพื้นที่ต้นแบบของตนเอง 

.

หลังจากนั้น พี่เต๋า จึงได้เข้ามาร่วมงานกับมูลนิธิไทยรักษ์ป่า และเริ่มสนใจประเด็นการจัดการที่ดินอย่างมีส่วนร่วม โดยพี่เต๋าทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานของเครือข่ายลุ่มน้ำแม่เตี๊ยะ-แม่แตะ, ลุ่มน้ำแม่ยะ-แม่ปอน และ ลุ่มน้ำแม่กลางตอนบน หรือ เรียกได้ว่าเป็น “โซ่ข้อกลาง” ในการเชื่อมโยงและแก้ไขปัญหาในประเด็นต่างๆ 

.

ซึ่งพื้นที่เป้าหมายแรก คือ ตำบลบ้านหลวง อ.จอมทอง โดยใช้กลไกของเทศบัญญัติท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในแต่ละตำบล มีข้อตกลงและระเบียบร่วมกันในการใช้ที่ดิน คือ “ห้ามจำหน่ายจ่ายโอน แต่สามารถสืบทอดทางมรดกได้” รวมทั้งมีการทำทะเบียนประวัติการใช้ที่ดิน  ซึ่งเกิดผลสำเร็จที่เห็นเป็นรูปธรรม ต่อมาจึงเริ่มขยายงานไปยังตำบลอื่นๆ อีกมาก

.

คณะกรรมการเครือข่ายลุ่มน้ำ  คือ กลไกการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม

ผลสำเร็จของการทำงานที่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน คือ กลไกในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยคนในชุมชนมีความเสียสละและความเต็มใจที่จะคืนพื้นที่ป่าโดยไม่ต้องร้องขอ ในปี 2554 อำเภอจอมทองได้มีการคืนพื้นที่ป่าถึง 1,385 ไร่ 

.

รวมทั้งมีการทำใบประวัติการใช้ที่ดินในตำบลบ้านหลวง ตำบลดอยแก้ว ตำบลแม่สอย และตำบลบ้านแปะทำ นอกจากนี้ คณะกรรมการเครือข่ายลุ่มน้ำ ยังมีการทำงานที่เข้มแข็ง โดยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ มีการใช้แผนที่เดินดินในการตรวจสอบการบุกรุกที่ดิน  

.

โดยใช้แนวทางการเจรจาในชุมชนและกลไกของคณะกรรมการเครือข่ายลุ่มน้ำฯ ในการแก้ไขข้อขัดแย้ง  พี่เต๋าจะใช้วิธีการพูดคุยกับชาวบ้าน ใช้แผนที่ต่างๆเป็นเครื่องมือในการทำงานเพื่ออธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจจนงานสำเร็จลุล่วง โดยมีการทำงานร่วมกับองค์กรอื่นๆ เช่น โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ของอำเภอจอมทอง ทำงานร่วมกับครูในพื้นที่ และที่สำคัญคือ การได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ช่วยในการประสานงาน สมทบทุน และสร้างโครงการกลุ่มแม่บ้านผ้าทอย้อมสีธรรมชาติทำให้งานชุมชนก้าวหน้าไปได้มากขึ้นอีกด้วย 

.

หวังให้การบุกรุกพื้นที่ป่าเป็นศูนย์ 

หมุดหมายหลักในการทำงานของพี่เต๋า คือ ต้องไม่มีการบุกรุกเพิ่มขึ้น และมีการบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีส่วนร่วม โดยสร้างพื้นที่ต้นแบบและพื้นที่สีเขียว และมีการสร้างมูลค่าในพื้นที่ของแต่ละครัวเรือน 

.

เป้าหมายสูงสุดที่ตั้งใจไว้ คือ อุทยานดอยอินทนนท์และออบหลวง การบุกรุกพื้นที่ป่าต้องเป็น 0% ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามปี ขึ้นกับความสมัครใจของแต่ละพื้นที่ให้ร่วมกันวางแผน และตำบลบ้านหลวง น่าจะเป็นพื้นที่รูปธรรมที่แรก แม้จะฟังดูยาก แต่พี่เต๋าเชื่อว่าจะไปได้ถึง เพราะพี่เต๋าเชื่อมั่นว่า ตลอดเวลาที่ทุ่มเททำงาน เราเคยไม่หวังผลตอบแทนอะไรกลับมา แค่ต้องการความสุขหลังจากทำงานสำเร็จ 

.

สิ่งสำคัญคือ การยึดถือคติ เข้าใจ เข้าถึง จริงจัง จริงใจ คือ เราต้องเข้าใจคน และเข้าใจบริบทของพื้นที่ เข้าให้ถึงความต้องการจริงๆของชุมชน เพราะเราไปทำงานแค่ชั่วคราว และวันหนึ่งเราก็ต้องกลับออกมา แต่เราจะไม่เอาอะไรกลับออกมา นอกจากผลงานที่เป็นอนุสรณ์ในพื้นที่เท่านั้น 

 

#คนรักษ์ป่า #วิถีชุมชนคนอยู่ร่วมผืนป่า

#คุณค่าในความหลากหลายทางชีวภาพ #คุณค่าป่าต้นน้ำ

แบ่งปันเรื่องราวของป่า