“ดิน” กับภารกิจหล่อเลี้ยงโลก…หล่อเลี้ยงชีวิต
เผยแพร่วันที่ 13 สิงหาคม 2021

“ดิน” กับภารกิจหล่อเลี้ยงโลก…หล่อเลี้ยงชีวิต
ใครยังพอจำได้บ้างว่าครั้งล่าสุดที่เท้าของเราได้สัมผัสผืนดินคือเมื่อไหร่ ? บางคนอาจใช้เวลาหาคำตอบนานสักหน่อย และยิ่งประโยคเดียวกันนี้ถูกถามกับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองซึ่งพื้นดินแทบทุกหนทุกแห่งถูกแทนที่ด้วยคอนกรีต คงนึกคำตอบไม่ออกเลยทีเดียว
แล้วถ้าถามอีกว่าดินสำคัญยังไง? เราอาจนึกถึงต้นกุหลาบสีสวยที่ปลูกในกระถางหลังห้อง หรือบางคนอาจคิดถึงแปลงผักสวนครัวเล็กๆ ข้างบ้าน แล้วตอบว่านี่แหละคือประโยชน์ของดิน แต่ “ดิน” มีคุณค่ามากกว่านั้น…
ดินเกิดจากการผุพังและแปรสภาพของหินและแร่ธาตุในธรรมชาติ ร่วมกับอินทรียวัตถุที่ได้จากการย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย เกิดกระบวนการสร้างดิน โดยการรวมตัวจับเกาะคลุกเคล้าวัตถุต้นกำเนิดเข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดช่องว่างเล็กๆ ระหว่างเม็ดดินเป็นที่แทรกตัวอยู่ของน้ำ อากาศ และสิ่งที่มีชีวิตเล็กๆ เช่น แมลง เชื้อรา แบคทีเรีย โปรโตซัว หรือไส้เดือน ทำให้เกิดการหมุนเวียนสร้างชีวิตขึ้นใหม่อยู่เสมอโดยสิ่งมีชีวิต ดินจึงมีบทบาทสำคัญในวัฏจักรของธรรมชาติ โดยเฉพาะวัฏจักรของน้ำและวัฏจักรธาตุอาหาร
ดินเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ เป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของพืช ซึ่งพืชก็คือผู้ผลิตอาหาร และเป็นแหล่งอาหารลำดับที่หนึ่งในระบบนิเวศ อีกทั้งดินยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย เกิดวัฒนธรรมและอารยธรรมของชุมชนต่างๆ เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ รวมไปถึงเป็นรากฐานของการเพาะปลูกและการทำเกษตรกรรมของมนุษย์ ดินจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตอาหารที่มีคุณภาพ ช่วยเลี้ยงดูประชากรบนโลกใบนี้ให้มีชีวิต
ดินเป็นแหล่งที่ให้ (source) และแหล่งกักเก็บ (sink) คาร์บอนขนาดใหญ่ เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศจะมีค่ามากกว่าถึงสองเท่า และเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณคาร์บอนที่อยู่ในพืชพรรณต่างๆ บนพื้นผิวโลกจะมีค่ามากกว่าประมาณสามเท่า ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงปริมาณคาร์บอนในดินเพียงเล็กน้อยจากกระบวนการทางธรรมชาติหรือกิจกรรมของมนุษย์ย่อมส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก
แต่การเสื่อมโทรมของดินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 เนื่องจากประชากรโลกมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้มีการขยายเขตเมือง เกิดการบุกรุกทำลายป่า ผืนดินจึงขาดสิ่งปกคลุมและเป็นสาเหตุหลักที่กระตุ้นให้เกิดการชะล้างพังทะลายของดินซึ่งจะส่งผลให้ดินเสื่อมโทรมอย่างเห็นได้ชัด การใช้สารเคมีทั้งปุ๋ยและยาในการเพาะปลูกและการใช้ดินอย่างไม่ถูกวิธี เช่น การปลูกพืชเชิงเดี่ยวซ้ำๆ เป็นเวลานาน และการใช้ดินเพาะปลูกด้วยความถี่ของระยะเวลาที่มากเกินไปทำให้เกิดการเสื่อมคุณภาพ ส่งผลให้ความสามารถในการผลิตของระบบนิเวศน้อยลงเพราะดินไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาอุดมด้วยธาตุอาหารได้ทัน
ดินทั่วโลกที่เป็นแหล่งผลิตอาหารให้ถึง 95% กำลังถูกปนเปื้อนอย่างหนักจากมลพิษ สารเคมีที่มาจากกิจกรรมของมนุษย์ ทั้งอุตสาหกรรม การทำฟาร์ม การทำเหมือง และการจัดการของเสียที่ไม่มีประสิทธิภาพจากเขตเมือง โดยรายงาน Global Assessment of Soil Pollution จากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) พบการสะสมโลหะสารไซยาไนด์ สารเคมีกำจัดแมลงและศัตรูพืช เช่น DDT และสารเคมีสลายตัวได้ยากตามธรรมชาติ เช่น สาร PCBs ในดิน นั่นทำให้อาหารและน้ำที่มาจากแหล่งผลิตนั้นไม่ปลอดภัย ทำให้ดินเสื่อมคุณภาพจนทำให้ได้ผลผลิตจากการเพาะปลูกลดลง และเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศและสัตว์ป่า
“อาหารที่เราบริโภคนั้นมาจากพื้นดิน ในขณะที่เราทำลายชีววิทยาทางดิน นั่นหมายถึงเราได้ทำลายแหล่งอาหารที่ให้ชีวิตกับเรา” (Dr. Paul Stamets นักวิทยาศาสตร์ด้านเห็ดราวิทยา ผู้เขียนหนังสือ Mycelium Running)
การเสื่อมถอยของความอุดมสมบูรณ์ของดินกำลังเป็นอีกปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังความมั่นคงทางอาหาร น้ำที่เราดื่ม และอากาศที่เราหายใจ
“ดิน” จึงไม่ได้มีค่าแค่การมอบดอกกุหลาบสีสวยๆ หรือแปลงผักเล็กๆ ให้เราเท่านั้น
แต่ “ดิน” คือรากฐานของชีวิต และสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ที่เกื้อกูลกันของธรรมชาติ
___________
ข้อมูล :
- https://www.eea.europa.eu/signals/signals-2019-content-list/articles/land-and-soil-towards-the
- https://www.greenpeace.org/thailand/story/10224/food-label-soil-and-life/
- https://ngthai.com/science/30043/soil-component/
- https://ngthai.com/science/30913/soil-fert/
- https://agkku.ac.th/kaj/PDF.cfm?filename=11_81__60.pdf&id=3244&keeptrack=0
- https://www.ftpi.or.th/2015/2779
- http://sathai.org/2021/02/03/ระบบนิเวศเกษตรที่ยั่งย/
- https://www.sdgmove.com/2021/07/02/global-assessment-of-soil-pollution/
ภาพ :
https://www.positive.news/environment/soil-degradation-five-possible-solutions/
