ป่ากรุงชิง …มีหมุดตอกอยู่

เผยแพร่วันที่ 19 สิงหาคม 2020

…น้ำหยดใสค้างเติ่งอยู่ตรงปลายใบยอดอ่อนของต้นชิง แมกไม้ใบหญ้าฉ่ำชื้นด้วยสายฝนที่ตกมาในในช่วงย่ำรุ่ง ดอกม่วงของเปราะดินชูช่อ แสงเช้าโอนอ่อนส่องสาดผ่านม่านใบหนา เวรยามของหมู่แมลงกลางคืนได้สิ้นสุดลง ห่วงโซ่ฝูงสัตว์กลางวันเข้าสลับเปลี่ยนเวรแทน โมงยามของผืนป่าอันมีชีวิตไม่เคยถูกทิ้งร้าง ล้านชีวิตเกี่ยวพันมัดแน่นกัน เพื่อให้มวลชีวิตที่ควบรวมมนุษย์ไว้ยังไม่สูญสลายหายไปจากดวงดาวสีน้ำเงิน…

ผมมาป่ากรุงชิงในยามเช้าที่ดูสดใสกว่าทุกวัน สายหมอกและลมเย็นชื้นพัดเข้ามาในรถ สัมผัสได้ถึงพลังที่กระโจนเข้าสูบเติมชีวิต “ดีจัง” …วันนี้ผมมาทำงานที่ ป่ า ก รุ ง ชิ ง …ห้องเรียนธรรมชาติที่วางอยู่กลางผืนป่า ห่อหุ้มด้วยปีกภูเขาของสองอุทยาน คือ อุทยานเขาหลวง และอุทยานเขานัน อ่าวป่าที่เป็นแอ่งกระทะซ้อนทับด้วยพันธุ์ไม้ ฝูงสัตว์ และเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ยังไม่ถูกกลืนกินด้วยวันเวลา นั่นแหละคือ “ห้ อ ง ทำ ง า น แ ส น ก ว้ า ง ใ ห ญ่ ข อ ง ผ ม”

…ความรักเกิดก่อมาด้วยการเรียนรู้ระหว่างกัน เป็นสิ่งงดงามและสร้างพลังแห่งการปกป้อง นั่นเป็นเหตุผลที่โลกใบนี้ควรจะเคลื่อนหมุนไปด้วยความรัก… “ป่ า ค ว ร ไ ด้ รั บ ค ว า ม รั ก” เพราะเป็นสิ่งที่เกื้อหนุนส่งเสริมให้มนุษย์เรามีชีวิต ป่าควรมีพื้นที่ให้ผูกสัมพันธ์ เข้าใจกระบวนการเกี่ยวโยงชีวิตต่อชีวิต …และนี่อาจเป็นหลักคิดของการสร้างสนามแห่งการเรียนรู้กลางอ่าวป่ากรุงชิง ในนาม “เ ส้ น ท า ง ศึ ก ษ า ธ ร ร ม ช า ติ น้ำ ต ก ก รุ ง ชิ ง”

สังคมโลกหยุดพักจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า กิจกรรมของมนุษย์ถูกจำกัดคับแคบลง …ทว่ากิจกรรมกลางอ่าวป่ากรุงชิงยังคงเคลื่อนไหล การมุ่งมั่นก่อสร้าง “ป รั บ ป รุ ง เ ส้ น ท า ง ศึ ก ษ า ธ ร ร ม ช า ติ น้ำ ต ก ก รุ ง ชิ ง” ยังคงดำเนินไปด้วยวิถีที่ค่อนข้างยากลำบากท่ามกลางสายฝน

คนปักษ์ใต้ให้ชื่อของฝนในฤดูกาลนี้ว่า “ฝนหัวษา” มีความหมายนัยยะว่าคือฝนที่ตกมาก่อนช่วงเข้าพรรษา …เส้นทางกลางป่าที่เหยียดยาวกว่าสี่กิโลเมตร บางช่วงมีผาชัน บางวันมีไม้ล้มทับเส้นทาง ความยากลำบากของการก่อสร้างทวีคูนขึ้นเมื่อฝนที่ไม่รามือในการสร้างดินโคลน บางจังหวะของลมหายใจที่ทอดน่องกับแมกไม้ ห้วงความคิดผุดขึ้นนึกถาม “คนงานก่อสร้างที่นี่กำลังคิดอะไรอยู่ถึงสู้ได้ขนาดนี้ ห มุ ด ต อ ก ชิ้นไหนที่ยึดเหนี่ยวหัวใจเขาไว้ ”

ห้วงยามนี้พื้นที่อุทยานแห่งชาติไร้ผู้คนเข้ามาท่องเที่ยว เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกกรุงชิงจึงมีก็เพียงคนงานก่อสร้างปรับปรุงเส้นทางฯ และผมในฐานะเจ้าหน้าที่มูลนิธิไทยรักษ์ป่าที่ทำงานด้านการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติเท่านั้นที่มีโอกาสเข้ามาสัมผัสความยิ่งใหญ่ของผืนป่า …ไวรัสโคโรน่าอาจเป็นเหมือนปีศาจร้ายต่อมนุษย์ แต่ทุกอย่างบนผืนโลกนี้ไม่เคยมีด้านเดียว …เมื่อมนุษย์ห่างไกลจากธรรมชาติ การหยิบใช้ประโยชน์จากป่าลดน้อยลง กลไกธรรมชาติดำเนินเยียวยาตัวเอง สัตว์ป่ายิ้มร่ากลับมาใช้ชีวิตในบ้านหลังใหญ่ …บ่อยครั้งที่ผมเห็นสัตว์ป่าโลดแล่นหาอาหารอยู่บนเส้นทางเดิน…

ผมนั่งอยู่หน้าน้ำตกกับ “ธี” ละอองน้ำพัดลอยกระทบผิวหน้า คลอเสียงสายน้ำที่ทิ้งตัวจากผาหินสูง สุ้มเสียงมั่นคงและเปี่ยมด้วยการมีชีวิตชีวา …ธีเป็นเพื่อนแรงงานข้ามชาติที่มาทำงานก่อสร้างเส้นทางแห่งนี้ ทำงานอยู่นานจนพูดภาษาไทยได้สำเนียงแจ่มชัด
…ธีโพล่งขึ้นมาว่า “ผมอยากได้ลูกชาย และผมจะตั้งชื่อว่าน้องกรุงชิง ” เพราะภรรยากำลังตั้งท้องในช่วงจังหวะที่เขามาทำงานที่กรุงชิงแห่งนี้
…ผมยิ้มยินดีกับชีวิตที่เปี่ยมด้วยความหวัง พลัง และการตรากตรำทำงานหนัก …อาจมีหลายอย่างที่เป็นหมุดยึดเหนี่ยวหัวใจธี แต่สิ่งที่เขาเพิ่งเปล่งกับผมมา มันคงเป็นลิ่มชิ้นโตที่ตอกหมุดชิ้นนั้นไว้แน่น

เบื้องหน้าคือน้ำตกผืนใหญ่ …อะไรกันที่ทำให้ผมมาอยู่ถึงจุดนี้ ? อาชีพนักพัฒนาที่ต้องบุกป่าฝ่าดงเพื่อเข้าไปทำงาน ตะลุยโคลนเละ แผ่นหลังเปียกเปื้อนด้วยน้ำเหงื่อ …แต่พลังงานหาได้อ่อนแรงลง กลับกันมันแข็งขันมีพลังขึ้นในทุกวัน

“ผ ม รั ก ป่ า” และอยากให้ผู้คนสังคมนี้รักป่า …ความรักที่สมบูรณ์แบบควรเกิดมาจากการเข้าใจและเรียนรู้ระหว่างกันจริงๆ
…และนี่อาจเป็น “ห มุ ด ต อ ก ยึ ด เ ห นี่ ย ว หั ว ใ จ ด ว ง นี้” ให้ยังแล่นไปในแววตาที่มีประกาย – อาจให้นัยยะว่า ยั ง มี ชี วิ ต…
ณ เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกกรุงชิง

_______________________

เรื่องและภาพ : วัชระ เศรษฐขาว

แบ่งปันเรื่องราวของป่า