ผลกระทบจากการ สู ญ เ สี ย พื้ น ที่ ป่ า

เผยแพร่วันที่ 23 เมษายน 2021

เราอาจกำลังมีชีวิตที่ดีที่หมายถึง มีที่หลับที่นอน ที่อยู่ที่กิน มีอาหารการกินตลอดไม่เคยขาด ได้ตื่นมาทุกๆ เช้า เพื่อเรียนหรือทำงาน พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ดำเนินชีวิตไปตามปกติในทุกๆ วัน แต่รู้รึเปล่าว่าในขณะที่เรามีชีวิตเป็นปกตินั้น ทุกๆ 6 วินาที โลกของเราได้สูญเสียพื้นที่ป่าปฐมภูมิ (primary forest) ขนาดเท่า 1 สนามฟุตบอล โดยที่เราแทบไม่รู้ตัวเลย

“เราไม่อาจมองข้ามเรื่องราวเหล่านี้ไปได้ การเสื่อมถอยลงของสภาพธรรมชาติและสัตว์ป่าหลายสายพันธุ์เป็นตัวชี้วัดที่มีนัยยะสำคัญที่บอกได้ว่าโลกของเรามีสุขภาวะที่ไม่ดี และระบบนิเวศกำลังจะล้มเหลว ตั้งแต่ปลาในมหาสมุทรและแหล่งน้ำจืด จนถึงผึ้งตัวจิ๋วๆ ที่เป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างระบบเกษตรกรรมที่หล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ การลดลงของประชากรสัตว์ป่าที่ส่งผลไปถึงระบบความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์ และความเป็นอยู่ของประชากรโลกนับพันล้านคน” คำกล่าวของ นายมาร์โค แลมเบอตินี่ ผู้อำนวยการทั่วไป องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF)

:: ป่าที่สูญหาย
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ในสหรัฐฯ พบข้อมูลว่า เมื่อปี 2019 พื้นที่ป่าดิบชื้นในโลกหายไป 11.9 ล้านเฮกตาร์ (1 เฮกตาร์ = 1 หมื่นตารางเมตร หรือ 6 ไร่ 1 งาน) ในจำนวนนี้ 3.8 ล้านเฮกตาร์ เป็นพื้นที่ป่าดิบชื้นปฐมภูมิ ซึ่งเป็นป่าดั้งเดิมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมาเป็นเวลายาวนานแล้ว และยังไม่เคยมีคนบุกรุกเข้าไปทำลาย นับเป็นการสูญเสียป่าไม้ปฐมภูมิครั้งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 นับจากปี 2000 และปี 2018

:: ต้นสาย
พื้นที่ป่าที่หายไปบนโลกใบนี้ มีสาเหตุหลักๆ ก็เพื่อทำการเกษตร ซึ่งเป็นการทำเพื่อยังชีพ (Subsistence farming) ถึง 48% เป็นเกษตรเพื่อการค้า (Commercial farming) อีก 32% และที่เหลือเป็นการทำซุงป่าไม้ (Logging) และอื่นๆ โดยมีปัจจัยที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับปัญหาเหล่านี้ เช่น การเพิ่มขึ้นของประชากรโลก โดยเฉพาะคนยากจนที่ต้องการอาหารเพื่อยังชีพ การทุจริตของหน่วยงานเอกชนและหน่วยงานรัฐที่ต้องการพื้นที่ป่าไปใช้ประโยชน์แบบผิดกฎหมาย รวมทั้งผลของภาวะโลกร้อนทำให้เกิดความแห้งแล้งเกิดไฟป่าบ่อยครั้ง เหมือนถูกซ้ำเติมให้พื้นที่ป่าลดลงไปอีก (ข้อมูล : The United Nations Framework Convention on Climate Change)

แม้จะมีข้อมูลมายืนยันว่าเราสูญเสียพื้นที่ป่าไปขนาดนี้แล้ว แต่ก็ดูเหมือนเรายังใช้ชีวิตกันได้ปกติ ไม่ได้มีผลกระทบอะไร แต่จริงๆ แล้วเราต่างก็ได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งนั้น

:: ปลายเหตุ
อย่างแรกเลยคือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราคงรู้สึกได้ว่าโลกร้อนขึ้น แล้งขึ้น เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ รุนแรงและบ่อยขึ้น เป็นเพราะการตัดหรือเผาป่าทำให้เกิดคาร์บอนมากขึ้นในบรรยากาศของโลก มีการประมาณการว่า 20% ของ Greenhouse effect นี้มาจากการทำลายป่าในเขตป่าฝน ทำให้การสะท้อนกลับของความร้อนจากดวงอาทิตย์ยากลำบากขึ้น โลกจึงอมความร้อนและทำให้เกิดความแห้งแล้งมากขึ้น เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชั้นบรรยากาศของโลกที่ปกติทำหน้าที่รับและคายความร้อนให้เกิดเป็นฝนตามวัฏจักร ก็ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ จึงส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปทั่วโลก

อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อวัฏจักรของน้ำบนโลก เพราะในป่า ต้นไม้จะช่วยดูดน้ำจากใต้ดิน และคายน้ำออกสู่บรรยากาศ ดังนั้น การลดลงของพื้นที่ป่า จะทำให้น้ำในบรรยากาศลดลง ส่งผลต่อความแห้งแล้ง ปริมาณน้ำในดินก็จะลดลงด้วย ทำให้ขาดความชุ่มชื้นลดโอกาสการเติบโตของต้นไม้ในป่าลงไปอีก นอกจากนี้ทำให้ดินขาดคุณสมบัติในการยึดตัว (Cohesion) ทำให้ดินกร่อนตัวลงและเกิดการพังทลายง่ายเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม

ไม่ใช่แค่มนุษย์อย่างเราๆ ที่จะได้รับผลกระทบ แต่สัตว์ป่าเกือบ 90% อาจไม่มีที่อยู่อาศัยภายในปี 2050 เพราะอาหารที่เราบริโภคกันอยู่ทุกๆ วัน ส่วนใหญ่มาจากการทำลายพื้นที่ป่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Sustainability ที่บอกว่า ถ้าอุตสาหกรรมอาหารไม่เปลี่ยนแปลง และเรายังมีวิถีการผลิต การบริโภคแบบเดิมๆ โลกของเราอาจต้องสู ญ เ สี ย ค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย ท า ง ชี ว ภ า พในอีกไม่ช้า

พื้นที่ป่าที่หายไป ทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย โดยที่เราไม่ลงมือทำอะไรเลย
คือสิ่งที่จะทำให้การดำเนินชีวิตปกติของเราเปลี่ยนไปตลอดกาล
____________________
ที่มา :
– การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ : ต้นไม้อายุยืนหายไปจากผืนป่าทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง, www.bbc.com/thai
– วิถีใหม่ไทยแลนด์ (4) การลดลงของพื้นที่ป่าไม้, www.thansettakij.com
– m.facebook.com/environman.th/photos/a.1757249537736819/3303609499767474/?type=3&source=57
– WWF เปิดงานวิจัย Living Planet Report2020 สัตว์ป่าทั่วโลก ลดลง2ใน3 กอริลลา-นกแก้ว-สัตว์น้ำจืด หายมากกว่า 80%, www.matichon.co.th

ภาพ :
www.greenbiz.com/article/ending-deforestation-collective-effort-sponsored

แบ่งปันเรื่องราวของป่า