พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล แห่งวัดป่ามหาวัน
เผยแพร่วันที่ 16 กรกฎาคม 2021

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล แห่งวัดป่ามหาวัน เป็นทั้งแรงบันดาลใจในการดำเนินงานฟื้นฟูป่าภูหลง และเป็นผู้นำทางด้านความคิดและเป็นศูนย์รวมใจของผู้คนในชุมชนในการดูแลรักษาป่าเพื่อประโยชน์สาธารณะ
.
“สามัคคี คือ หลักธรรมสู่ความสำเร็จของการฟื้นฟูป่าภูหลง การทำบุญ ไม่ใช่แค่การตักบาตรหรือการทำสังฆทาน แต่ ‘การฟื้นฟูป่า’ ก็ถือได้ว่า เป็นการทำบุญแบบหนึ่ง ”
.
:: พระอาจารย์ไพศาล เล่าว่า การฟื้นฟูป่าภูหลงในอดีต เมื่อประมาณ 10-20 ปีก่อน ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากชุมชนมากนัก แต่ในปัจจุบัน ชุมชนให้ความร่วมมือกันมากขึ้น ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูป่าภูหลง แม้ในบางพื้นที่จะยังมีการลักลอบล่าสัตว์กันอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นคนจากนอกชุมชน ซึ่งคนในชุมชนจะช่วยกันสอดส่องดูแล หรือทุกครั้งเวลามีไฟป่า ชาวบ้านจะมาช่วยกันดับไฟ ถือว่ามีความร่วมมือในระดับที่น่าพอใจ ทุกคนพร้อมใจกันปฏิบัติตามกฎระเบียบของชุมชน ที่มีคณะกรรมการป่าชุมชนคอยกำกับดูแล
.
แต่ยังไม่สามารถเรียกได้ว่า ทั้งหมดนี้คือความสำเร็จ เพราะความสำเร็จ หมายถึงทุกพื้นที่ของผืนป่าได้รับการฟื้นฟูและมีต้นไม้เต็มพื้นที่ แต่ ณ ตอนนี้ ยังมีอีกหลายจุดที่ยังต้องการการดูแลรักษาและฟื้นฟู เนื่องมาจากไฟป่าที่ยังเกิดขึ้นทุกปี และทำให้ต้องทำงานแบบตั้งรับอยู่เสมอ
.
:: การรักษาป่า คือ ส่วนหนึ่งของการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา
ในส่วนของการเชิญชวนให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม พยายามเน้นในเรื่องของความสามัคคี และบอกชาวบ้านเสมอว่า การทำบุญ ไม่ใช่แค่การตักบาตรหรือการทำสังฆทาน แต่ ‘การฟื้นฟูป่า’ ก็ถือได้ว่า เป็นการทำบุญแบบหนึ่ง การรักษาป่าถือเป็นการช่วยอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาและทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม
.
เมื่อชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการรักษาป่า ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของผืนป่า เกิดการร่วมคิด ร่วมกันตัดสินใจ มีความร่วมมือจากคุ้มบ้านต่างๆ ทำให้เกิดผลสำเร็จดังที่เห็นในปัจจุบัน และได้รับการยกย่อง เป็นตัวอย่างแก่ชุมชนอื่นๆ รวมทั้งได้รับรางวัลสำคัญ ๆ อีกหลายครั้ง
.
:: ความสามัคคี คือ หลักธรรมสู่ความสำเร็จของการฟื้นฟูป่าภูหลง
และนอกจากความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนเองแล้ว ยังได้รับการสนับสนุนจากภาคส่วนอื่น ๆ ที่มีจิตศรัทธาเข้ามาช่วยเหลือ เช่น หน่วยงานเอกชนหลายแห่ง มีการจัดทอดผ้าป่า หาอุปกรณ์ดับไฟป่า มาร่วมปลูกป่า หรือหน่วยงานภาครัฐที่เข้ามาจัดทำโครงการต่าง ๆ
.
รวมทั้งมูลนิธิไทยรักษ์ป่าที่เข้ามาร่วมทำงานเกาะติดในพื้นที่ มาทำโครงการระยะยาวในพื้นที่ป่าภูหลงแห่งนี้ ทั้งให้ความรู้ด้านวิชาการ ให้ทุนสนับสนุนในการอนุรักษ์ป่า ทำให้ชาวบ้านมีแรง มีกำลังในการอนุรักษ์ป่าเพิ่มขึ้น มีเจ้าหน้าที่ลงมาทำงานในพื้นที่ร่วมกับชุมชน และมีโครงการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน โดยการจ้างเพาะกล้าไม้ รวมถึง การสร้างกลุ่มเยาวชนเพื่อทำงานต่อยอด ซึ่งทำให้ชุมชนต่าง ๆ มีความตื่นตัว มีจิตสำนึกในการดูแลรักษาป่า และทำให้ชาวบ้านอยากมีส่วนร่วมในโครงการมากขึ้น
.
:: การประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ใช้หลักธรรมเดียวกับการทำงานกับชุมชน คือ การเน้นเรื่องความสามัคคี และการทำบุญด้วยการฟื้นฟูรักษาป่า อยากให้ทุกหน่วยงานมองว่า การรักษาป่าเปรียบเสมือนการอุปถัมภ์ค้ำชูพระพุทธศาสนาขณะเดียวกันก็เป็นการรักษาเกื้อกูลโลกด้วย องค์กรใดจะเข้ามาช่วยเหลือในส่วนใด ก็แล้วแต่ความถนัดและความสามารถขององค์กรนั้นๆ ซึ่งทุกปีจะมีการประชุมมีละสองครั้ง หน่วยงานต่างๆที่กล่าวมา ก็จะเข้ามาร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการทำงานกันอยู่เสมอ
.
รวมทั้งมูลนิธิไทยรักษ์ป่าอันมีความพยายามที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่ในการรักษาป่า ซึ่งการนำเสนอทางเลือกใหม่ โมเดลใหม่ของการอนุรักษ์ป่าในปัจจุบันนี้ ต้องอาศัยข้อมูล ดังนั้น การพัฒนาองค์ความรู้เป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำควบคู่ไปกับการรักษาและฟื้นฟู ซึ่งจะทำให้ทางเลือกใหม่ กลายเป็นทางออกของการอนุรักษ์ และเป็นแบบอย่างให้แก่ชุมชนอื่นๆ สิ่งที่มูลนิธิร่วมกันทำอยู่ ณ ตอนนี้นั้น เป็นสิ่งดีในการเสริมสร้างจิตสำนึกของผู้คน ให้เห็นคุณค่าของป่า
.
และเมื่อทุกคนรักป่า ก็จะพร้อมที่จะอุทิศตัวเพื่อรักษาผืนป่า ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการทำงานที่ต้องใช้ระยะเวลานาน จำต้องอดทน รอคอยต่อความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ต้องอดทนต่อความสำเร็จ ที่แม้จะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่จะให้ผลที่ยั่งยืน
_________
สัมภาษณ์ : เดือนมิถุนายน 2564
