คนรักษ์ป่า : มัคคุเทศก์ท้องถิ่น ร่วมดูแลกิ่วแม่ปาน – สมเกียรติ แซ่ลี ประธานมัคคุเทศก์ท้องถิ่นกิ่วแม่ปาน
เผยแพร่วันที่ 8 ธันวาคม 2021

“ดอยอินทนนท์เป็นป่าต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ควรให้ถูกทำลายไปมากกว่านี้ โดยทางกลุ่มมัคคุเทศก์จะต้องช่วยกันดูแลให้เส้นทางศึกษาธรรมชาติและดอยอินทนนท์คงอยู่อย่างยั่งยืนที่สุด” สมเกียรติ แซ่ลี ประธานมัคคุเทศก์ท้องถิ่นกิ่วแม่ปาน ผู้ที่ได้ร่วมออกแบบแผนงานและแนวทางการดำเนินงานของกลุ่มมัคคุเทศก์ท้องถิ่น และร่วมปรับปรุงดูแล #เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน
กิ่วแม่ปาน…เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่งดงามที่สุดบนดอยอินทนนท์
พี่สมเกียรติเล่าให้เราฟังว่า กิ่วแม่ปานเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติในดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีสัตว์ป่าที่หาดูได้ยาก เช่น กวางผา มีพืชเฉพาะถิ่นเช่น กุหลาบพันปี มีป่าห่มผ้า พืชตระกูลมอสเฟิร์นที่โดดเด่น เป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ และที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวมีมากในช่วงไฮซีซัน
บางกลุ่มก็ไม่ยอมใช้มัคคุเทศก์ เพราะไม่อยากเสียเงิน แต่เราก็จะต้องนำเข้าไป เราไม่ได้มองเรื่องเงินเป็นสำคัญ แต่หน้าที่ของเราคือ ต้องคอยดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว ป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวหลงทางและระหว่างทางอาจมีการทำลายทรัพยากรโดยไม่รู้ตัว เช่น การหัก เด็ด หรือเหยียบพืชพันธุ์ต่างๆ หรือทิ้งขยะไว้ข้างทาง เป็นต้น
มัคคุเทศก์ท้องถิ่น ร่วมดูแลกิ่วแม่ปาน..เพื่อให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
ปัจจุบันนี้ มีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นในกลุ่มอยู่ประมาณ 300 กว่าคน ซี่งทุกคนที่มาสมัคร จะต้องผ่านการคัดเลือกและผ่านการอบรมก่อน หลังจากได้รับเลือกแล้ว ทางกลุ่มจะมีการจัดคิวกันทุกวันหกโมงเย็นว่าใครจะมาเข้าเวรในวันต่อไป ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณวันละ 130-140 คน ในช่วงไฮซีซัน โดยรายได้ 20% ของค่านำทาง จะหักเข้ากองกลางเพื่อใช้ดูแลป่า ซ่อมแซมเส้นทาง ทำแนวกันไฟ ให้ทุนกับศูนย์เด็กเล็กที่หมู่บ้าน เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ห้องเรียนเด็ก เป็นต้น
คณะกรรมการของกลุ่มได้มีการพูดคุยกันว่า ทางกลุ่มจะต้องมีจุดยืนในการดูแลเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้คงสภาพนี้ตลอดไป ซึ่งพี่สมเกียรติเล่าว่า หลายครั้งที่ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ที่ได้เข้ามาร่วมจัดอบรม และเป็นพี่เลี้ยง การสนับสนุนงบประมาณ ช่วยทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนดอยอินทนนท์ และทำป้ายสื่อความหมาย และยังช่วยให้งบอาหารกลางวันในการจัดการไฟป่าหมอกควันอีกด้วย
ซึ่งปีที่ผ่านมา ทางมูลนิธิไทยรักษ์ป่าได้ร่วมกับทางอุทยานฯ ทำแนวกันไฟเป็นระยะ 2-3 กิโลเมตรที่กิ่วแม่ปาน ซึ่งเป็นเส้นทางที่สำคัญมาก และต่อจากนี้ ทางมูลนิธิไทยรักษ์ป่าจะมีกระบวนการทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติโดยให้มัคคุเทศก์ท้องถิ่นรวมถึงพี่สมเกียรติได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เพราะบางครั้งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็ไม่ตรงกับข้อมูลในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้มีข้อมูลที่ถูกต้องมากขึ้น
ที่นี่เปรียบเสมือนหม้อข้าวหม้อแกงของเรา ถ้าเราไม่ดูแล แล้วต่อไปเราจะกินอะไร
พี่สมเกียรติกล่าวถึง สิ่งสำคัญที่ใช้ในการคัดเลือกคนมาเป็นมัคคุเทศก์ คือ ทุกคนจะต้องมีความรักและสามัคคี ต้องช่วยกันดูแลป่า ต้องมีส่วนร่วมกับอุทยานฯในการดูแลรักษาดอยอินทนนท์ มัคคุเทศก์จะต้องเป็นผู้นำที่ดีในการดูแลรักษาป่า การได้รับเงินจากนักท่องเที่ยว ก็เสมือนว่านักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมในการดูแลป่าไปกับพวกเราและชุมชน เป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะช่วยกันดูแลบ้านของเราให้สะอาดและสวยงาม เมื่อนักท่องเที่ยวทุกคนที่ได้มาดอยอินทนนท์ก็จะได้พบเห็นความสวยงามของธรรมชาติที่สมบูรณ์
“การเป็นประธานไม่ใช่แค่ตำแหน่งสำหรับดูแลคน แต่เป็นหน้าที่ที่ต้องดูแลพื้นที่แห่งนี้ด้วย ตามที่หัวหน้าอุทยานฯเคยบอกพวกเราทุกคนไว้ว่า ที่นี่ก็เปรียบเสมือนหม้อข้าวหม้อแกงของเรา ถ้าเราไม่ดูแลหม้อข้าวหม้อแกง แล้วต่อไปเราจะกินอะไร”
