“วิถี ‘ชนพื้นเมือง’ วิถีแห่งธรรมชาติ เพื่อการก้าวผ่านวิกฤตการณ์” สุนทรพจน์โดย อิงเกอร์ แอนเดอร์เซน กรรมการบริการ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP)

เผยแพร่วันที่ 24 กรกฎาคม 2021

“หากเราต้องการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ปกป้องธรรมชาติและสภาพภูมิอากาศ และสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับมนุษยชาติทั้งหมด เราต้องหยุดการโจมตีและเริ่มเพิ่มขีดความสามารถให้กับชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น เพราะชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น มีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับธรรมชาติมานานหลายศตวรรษ เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ไม่ได้แยกจากหรือเหนือกว่าธรรมชาติ ด้วยองค์ความรู้ ระบบกฎหมายและวัฒนธรรมตามจารีตประเพณีของพวกเขา ชนเผ่าพื้นเมืองมักจะอนุรักษ์ธรรมชาติได้ดีที่สุด”
.
สุนทรพจน์โดย อิงเกอร์ แอนเดอร์เซน กรรมการบริการ องค์การสหประชาชาติ (UN) สำหรับนำเสนอหัวข้อ “วิถี ‘ชนพื้นเมือง’ วิถีแห่งธรรมชาติ เพื่อการก้าวผ่านวิกฤตการณ์” ณ การประชุม Oslo Tropical Forest Forum 2021
.
ในสุนทรพจน์กล่าวถึง สังคมที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเงินและเทคโนโลยีจนหลงลืมว่า ‘ธรรมชาติสำคัญต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์’ นี่คือเหตุผลของข้อเรียกร้อง ให้มีโลกที่มีธรรมชาติเป็นหัวใจการเติบโตของระบบเศรษฐกิจและสังคม ‘สุขภาพของเรา’ กับ ‘สุขภาพของโลก’ มีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้ง ดังจะเห็นได้ผ่านการระบาดของไวรัสโควิด-19 , สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง , การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ , การเพิ่มขึ้นของมลพิษและของเสีย วิกฤตเหล่านี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตนับล้าน
.
การประเมินจาก นโยบายว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและนิเวศบริการ ปี 2019 บ่งว่า 28% ของพื้นที่ทั่วโลก ทั้งทางบกและทางทะเลในบริเวณที่ได้รับการจัดการโดยชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น จะได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์น้อย นิเวศวิทยาของผืนป่าบุบสลายน้อยที่สุด และยังคงมีความหลากหลายทางชีวภาพ
.
กระนั้น ดินแดนของชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่นกำลังถูกคุกคาม จากอุตสาหกรรม การเกษตร โครงสร้างพื้นฐาน และอื่นๆ อีกมาก เมื่อชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่นพยายามปกป้องที่ดิน พวกเขามักต้องจ่ายคืนอย่างมากเกินไป
.
ปีที่แล้ว Global Witness องค์กรเอ็นจีโอที่ผลักดันความเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน เผยว่า โดยเฉลี่ยแล้ว นักปกป้องสิ่งแวดล้อม 4 คนถูกสังหารต่อสัปดาห์ เหยื่อเหล่านี้เกือบครึ่งหนึ่งเป็นชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น
.
หากเราต้องการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ปกป้องธรรมชาติและสภาพอากาศ และสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับมนุษยชาติทั้งหมด เราต้องหยุดการโจมตีและเริ่มเพิ่มขีดความสามารถให้กับชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น
.
ประการแรก การอนุรักษ์ควรให้ความสำคัญกับสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น
การคืนบังเหียนให้กับชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่นนั้นสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน แต่ยังเป็นเรื่องของความเป็นธรรม ความเสมอภาค และความไม่แบ่งแยก ความพยายามในการอนุรักษ์ เช่น การกำหนดพื้นที่คุ้มครอง สามารถนำไปสู่การพลัดถิ่นและการกีดกันชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น ซึ่งกระทบต่อสิทธิในอาหาร น้ำ วัฒนธรรม และการดำรงชีวิตของพวกเขา ชุมชนของพวกเขาได้รับผลกระทบอย่างหนัก
.
ประการที่สอง สิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่นต้องได้รับการเคารพอย่างเต็มที่ในระดับชาติ
สิทธิเหล่านี้หยั่งรากอย่างมั่นคงในกฎหมาย นโยบาย และมาตรฐานระหว่างประเทศ พวกเขาได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จากองค์การสหประชาชาติ และหลายพื้นที่นำแผนปฏิบัติการเพื่อนำปฏิญญาสหประชาชาติว่า ด้วยสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองไปปฏิบัติ
.
ทว่า หลายประเทศยังไม่มีกรอบทางกฎหมายที่สมบูรณ์ที่รับรองสิทธิของชนพื้นเมือง ไม่มีเครื่องมือกลไกในการติดตามการเคารพสิทธิ เช่น กลไกการแก้ไขข้อร้องทุกข์ที่เหมาะสมทางวัฒนธรรม หรือแพลตฟอร์มการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
.
คนพื้นเมืองมักต้องต่อสู้ฟันฝ่าเพื่อชัยชนะเหล่านี้ เช่น UN Champion of the Earth ในปี 2020 อย่าง Nemonte Nenquimo หัวหน้าเผ่า Waorani ชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในป่าแอมะซอน เริ่มการต่อสู้ทางกฎหมาย เพื่อปกป้องพื้นที่ป่าฝนอเมซอน ในสาธารณรัฐเอกวาดอร์ จากบริษัทน้ำมัน คดีความนี้ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2019 ได้ปกป้องพื้นที่ 500,000 เอเคอร์ จากการถูกเอารัดเอาเปรียบเอาไว้ ชัยชนะครั้งนี้ น่าความเคารพและน่าชื่นชมอย่างสุดซึ้ง แต่เธอไม่ควรต้องต่อสู้ตั้งแต่แรก
.
ประการที่สาม ขอให้ชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่นแนะนำเรา ขณะเรากำลังเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและสังคม
เราจำเป็นต้องรวมเข้ากับกรอบการทำงานระดับโลก โดยเริ่มจากการประชุมสำคัญของอนุสัญญาเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ จำเป็นต้องสร้างพื้นที่ที่มีส่วนร่วมและครอบคลุมมากขึ้น
ต้องคำนึงถึงชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น ในการออกแบบมาตรการเยียวยาวิกฤต COVID-19 โลกกำลังมีปัญหา ทั่วโลกต้องการกระบวนการแก้ไขปัญหา และผู้รักษาแนวทางแก้ไขเหล่านี้จำนวนมาก คือ ชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น พวกเขาเป็นคนที่มีความสัมพันธ์กับธรรมชาติอย่างที่สังคมสมัยใหม่พึงปรารถนา เราให้ความสำคัญกับการส่งเสียงพวกเขาน้อยมากมานานเกินไป
ขณะนี้ เป็นช่วงเวลาที่ความรู้อันมีค่าของชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น จะกลายมาเป็นศูนย์กลางการแก้ไขโลกที่กำลังแตกสลาย

 

____________

ที่มา :
https://www.unep.org/news-and-stories/speech/fixing-broken-planet-role-indigenous-peoples-and-local-communities

ภาพ :
https://www.eluniverso.com/noticias/2015/12/27/nota/5316688/indigenas-amazonicos/
https://www.amazonfrontlines.org/chronicles/waoresistencia-ensayo-fotografico/

แบ่งปันเรื่องราวของป่า