สัตว์ป่า…นักปลูกป่าธรรมชาติ

เผยแพร่วันที่ 26 มิถุนายน 2020

สิ่งที่ทำให้เรากับสัตว์ป่าใกล้กันมากที่สุดดูเหมือนจะเป็นสารคดีที่ถูกถ่ายทอดทางทีวีหรือไม่ก็สวนสัตว์ ความน่ารักของสัตว์ป่าคือสิ่งแรกๆ ที่ดึงดูดความสนใจของเรา และเชื่อว่าน้อยคนที่จะอยากรู้ว่าสัตว์ป่ามีความสำคัญอย่างไร…มากไปกว่าความน่ารักเหล่านั้น

แต่เชื่อหรือไม่ว่าหากสัตว์ป่าหายไปแค่เพียงชนิดเดียวจะทำให้เกิดความเสียหายของระบบนิเวศ เพราะสัตว์ป่าเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของระบบนิเวศของป่า จนอาจจะเรียกได้ว่า “ป่าที่ไม่มีสัตว์ป่า ก็เหมือนกับป่าที่ไม่มีลมหายใจ”

 

ภาพ : อินสอน ศรีวิชัย, อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

 

เพราะป่าไม่ได้มีแค่ต้นไม้ แต่ป่าเป็นสังคมของพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน สัตว์ป่าเป็นตัวช่วยเร่งให้เกิดการหมุนเวียนของพลังงานในระบบนิเวศ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาระบบความสมดุลทางธรรมชาติและทำให้ระบบนิเวศมีความมั่นคง และบางครั้งสัตว์ป่าก็ถูกใช้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของทรัพยากรป่าไม้ โดยระบบนิเวศของป่าไม้และสัตว์ป่ามีการเกื้อกูลกันจนไม่สามารถแยกออกจากกันได้

“สัตว์ป่า” ช่วยสร้างชีวิตให้กับผืนป่า เปรียบเสมือนกับนักปลูกต้นไม้ที่ช่วยทำหน้าที่กระจายเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเมล็ดไม้บางชนิดมีลักษณะที่ทำให้ติดไปกับขนสัตว์ได้ดี และถูกกระจายไปโดยติดอยู่นอกร่างกายสัตว์ (Ecto-oochorous dispersal) บางชนิดสร้างผลให้มีสีสันสดใสช่วยดึงดูดความสนใจจากสัตว์ เมื่อสัตว์กินเข้าไปเมล็ดบางส่วนจะถูกคายออกระหว่างทางหรือถูกกลืนลงไปและถ่ายออกมาในพื้นที่ที่ห่างไกลออกไป

ภาพ : https://www.matichon.co.th/publicize/news_1106494

 

อย่างเช่นช้างป่า นับว่าเป็นสัตว์ที่ช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ได้กว้างขวางมากที่สุดในระบบนิเวศ ซึ่งมูลของมันมักประกอบด้วยเมล็ดไม้ขนาดเล็กและใหญ่จำนวนมาก แถมยังช่วยให้เมล็ดพันธุ์งอกเงยเป็นต้นกล้าได้ดี สอดคล้องกับงานวิจัยของ Travaset (1998) ที่พบว่า ประมาณร้อยละ 36 ของพันธุ์ไม้ที่ทดลองมีอัตราการงอกสูงขึ้นหลังจากถูกย่อยด้วยระบบย่อยอาหารของสัตว์ และเมล็ดร้อยละ 35 สามารถงอกได้เร็วขึ้นอีก นอกจากนี้ยังมีสัตว์อื่นๆ อย่างบรรดานกกินผลไม้ ค้างคาว พญากระรอก ลิงแสม ฯลฯ ต่างก็ล้วนมีหน้าที่กระจายเมล็ดพันธุ์เช่นเดียวกัน และยังคงทำหน้าที่ของตัวเองอย่างซื่อสัตย์ในทุกๆ วัน

 

ภาพ : https://province.mots.go.th/ewtadmin/ewt/chaiyaphum/news_view.php?nid=333#group1-2

 

แต่น่าใจหายที่เราพบว่า เพียงแค่ช่วง 2 ชั่วอายุคนของมนุษย์ โลกของเราสูญเสียสัตว์ป่าไปแล้วกว่าร้อยละ 50 โดยมีสาเหตุหลักจากการขยายตัวของเมือง การตัดไม้ทำลายป่าเพื่อเปลี่ยนเป็นที่อยู่อาศัย พื้นที่เกษตรกรรม โรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงการลักลอบล่าสัตว์ และการสร้างขยะ จากรายงานของ the Living Planet ระบุว่า จำนวนประชากรของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำและปลา ลดลงร้อยละ 52 ตั้งแต่ปี 2513 และมนุษย์ได้รับการยกให้เป็นต้นเหตุของการสูญพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งที่หกของประวัติศาสตร์โลก

 

ภาพ : Dan Smedley, https://unsplash.com/

 

เราต่างก็รู้ดีว่าสัตว์ป่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ช่วยให้โลกมีความสมดุล และรู้ดีว่าพวกเขามีความสำคัญต่อโลกใบนี้มากแค่ไหน หากวันนี้เรายังมีสัตว์ป่าที่ใช้ชีวิตอย่างอิสระอยู่ในป่า ก็เท่ากับว่าป่ายังคงหายใจต่อไปได้ มนุษย์อย่างเราก็จะมีชีวิต่อไปได้เช่นเดียวกัน…

เรื่อง

อนิตา ดาหลาย

 

ข้อมูล

http://www.siamensis.org/sites/default/files/poster_seed_dispersers.jpg

https://www.facebook.com/SeubNakhasathienFD/posts/10155452492350827:0

http://www.forru.org/extra/forru/PDF_Files/htpafpdfth/HTPAFpart3th.pdf

http://web3.dnp.go.th/wildlifenew/animConserveMasterPlan.aspx

https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/61556/-scibio-sci-

https://greennews.agency/?p=18905

https://adeq.or.th/ecology-14-8-2018/

แบ่งปันเรื่องราวของป่า