“เดปอทู” ผืนป่าแห่งจิตวิญญาณ : พื้นที่สร้างสมดุลทรัพยากรธรรมชาติในวัฒนธรรมปกาเกอะญอ
เผยแพร่วันที่ 17 กันยายน 2021

“เดปอทู” ผืนป่าแห่งจิตวิญญาณ : พื้นที่สร้างสมดุลทรัพยากรธรรมชาติในวัฒนธรรมปกาเกอะญอ
คุณเคยเห็นกระบอกไม้ไผ่ที่ถูกติดกับต้นไม้ไหม ? สิ่งนั้นเรียกว่าอะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อชีวิต และสัญลักษณ์เหล่านั้นกำลังบอกอะไรแก่เรา…บทความนี้จะชวนไปทำความเข้าใจเรื่อง “เดปอทู” ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติในวัฒนธรรมปกาเกอะญอ
มีการดำรงวิถีร่วมกับธรรมชาติจนเป็นต้นกำเนิดวัฒนธรรม ความเชื่อที่สอดคล้องกับบริบทภูมิศาสตร์ กล่าวคือ มีการประดิษฐ์จารีตขึ้นเป็นกรอบในการปฏิบัติวิถีร่วมกับธรรมชาติ ซึ่งเป็นกุศโลบายในการอยู่ร่วมกับป่า ซึ่งสะท้อนผ่านวิถีการปฏิบัติ
‘ปกาเกอะญอ’ คือ หนึ่งในสี่ของกลุ่มย่อยภายใต้ชื่อ “กะเหรี่ยง” พวกเขามีวิถีวัฒนธรรมพึ่งพาอาศัยระบบธรรมชาติ ไปพร้อมกับการออกแบบวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับการคงอยู่ของระบบนิเวศ สิ่งเหล่านี้ ปรากฏผ่าน พิธีกรรม ความเชื่อ จารีต ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์เคารพ นอบน้อมต่อธรรมชาติผู้เป็นใหญ่ในสรรพสิ่ง และวัฒนธรรมเหล่านี้ ก็นำพาให้หลายชุมชนอยู่รอด ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่าง ๆ เช่น การถูกสัมปทานป่าไม้ในพื้นที่ชุมชน การขาดแคลนอาหาร เป็นต้น
หนึ่งในวัฒนธรรมสำคัญที่มีผลต่อทรัพยากรธรรมชาติโดยตรง คือ “เดปอทู”
“เดปอทู” เป็นภาษาปกาเกอะญอ แปลตรงตัวได้ความว่า “ป่าสะดือ” ซึ่งเป็นป่าความเชื่อที่มีการสืบทอดกันมาช้านาน
มีพิธีกรรม คือ เมื่อชุมชนมีเด็กแรกเกิด ผู้เป็นพ่อจะนำ รก หรือ “เด” บรรจุในกระบอกไม้ไผ่ มัดปากกระบอกพันด้วยผ้า นำไปผูกติดกับต้นไม้ในตอนรุ้งเช้า โดยคัดเลือกต้นไม้สมบูรณ์ และมีความแข็งแรง ต้นไม้นี้ เรียกว่า “เดปอทู” พวกเขาเชื่อว่า ขวัญของเด็กผู้นั้นจะอยู่กับต้นไม้นั้นตลอดไป
“เดปอทู” จะถูกปกป้องไม่ให้ต้นไม้นั้นล้มตายหายจาก โดยเฉพาะจากการกระทำของมนุษย์ หากถูกตัดหรือโค่นลง ชาวปกาเกอะญอเชื่อว่า จะเป็นลางร้ายส่งผลต่อทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจ อาจเจ็บป่วยหรือประสบกับสิ่งที่ไม่คาดคิด ดังนั้น ผู้ที่ตัดจะต้องประกอบพิธีขอขมาต่อเจ้าของ “เดปอทู”
แน่นอนว่าผู้คนในชุมชนมี “เดปอทู” สัญลักษณ์จิตวิญญาณของตนเองอยู่ในพื้นที่ชุมชนตนเอง นอกจากกฏทางจารีตแล้ว ชุมชนยังออกกฏของชุมชนหรือข้อตกลงร่วมกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ป่าเดปอทูถูกทำลาย และเมื่อมีเดปอทูมาก พื้นที่ของป่าชุมชนก็จะมากขึ้นด้วยเช่นกัน
“เดปอทู” เป็นความเชื่อเรื่องความสัมพันธ์ ระหว่างคนกับธรรมชาติ ของชาวปกาเกอะญอ
ทุกสิ่งล้วนมีเจ้าของ ไม่ว่า ภูเขา ลำธาร ป่า ดิน แม้กระทั่งจอมปลวก และเมื่อเราจะใช้ประโยชน์สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องมีการขออนุญาตเจ้าของ และยังเชื่อว่า สรรพสิ่งล้วนมีขวัญ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญทางจิตวิญาณที่สัมพันธ์กับการมีชีวิตปกติสุข เช่น ม้า วัว ควาย ข้าว แม้กระทั่งคน
ดังนั้น การกระทำไม่ดี อย่างเช่น เฆี่ยนลูก ตีเมีย จะทำให้ขวัญหนีและไม่สบาย หากไม่มีการทำพิธีขวัญข้าวในปีนั้น ปีนั้นจะเก็บเกี่ยวได้น้อย และไม่พอแก่การบริโภคทั้งปี เป็นต้น ความเชื่อกลุ่มนี้ถือเป็นภูมิปัญญาในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างหนึ่งเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การคลอดลูกโดยหมอตำแยในหมู่บ้านเริ่มลดน้อยลง
เพราะชุมชนเริ่มปรับเปลี่ยนถนนหนทางเข้าถึงในบางพื้นที่ ประกอบกับการคลอดในชุมชนยากต่อการแจ้งเกิด ซึ่งอาจเสียสิทธิ์ในการได้รับสัญชาติไทย ดังนั้น หลายชุมชนจึงตัดสินใจไปคลอดที่โรงพยาบาลในตัวเมืองมากขึ้น หมายความว่าการจะขอรกทารกแรกเกิดจากหมอนั้นเป็นไปได้ยาก แต่ก็มีหลายโรงพยาบาลเปิดให้แจ้งความประสงค์ขอรกไปประกอบพิธีกรรม ซึ่งถึงแม้จะมีการเปิดให้ขอ แต่ด้วยระยะทางที่ไกลจากหมู่บ้านการจะนำรกกลับไปประกอบ “พิธีกรรมเดปอทู” จึงยากลำบาก
กลายเป็นเหตุผลที่หลายคนตัดสินใจไม่กลับไปประกอบพิธีกรรม “เดปอทู” นั่นหมายความว่า พื้นที่ป่าจะยังคงเท่าเดิม ขณะที่ประชากรเพิ่มขึ้น หากพื้นที่ป่าเดปอทูที่มีอยู่ได้รับการดูแลปกปกป้อง ทั้งจากชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ป่าผลิดอกออกผล แตกกอเป็นไม้ใหญ่ในวันข้างหน้า แม้วันนี้ วิถีวัฒนธรรมอาจเปลี่ยนไป แต่เจตจำนงในการดูแล และใช้ทรัพยากร ที่มองว่าสรรพสิ่งมีเจ้าของ และต้องขอขมาเมื่อพลาดพลั้งล่วงเกิน วัฒนธรรมนี้จะสร้างสมดุลทั้งจิตใจผู้คนอยู่ในป่า และทรัพยากรธรรมชาติ
ไม่เพียงแต่เขา เราเองย่อมได้รับผลจากการดูแลป่าเหล่านั้น ผ่านอากาศบริสุทธิ์ ผ่านน้ำที่เราได้ใช้ และดื่มกิน ทุกสรรพสิ่งล้วนเชื่อมโยงกัน เฉกเช่นเดียวกับ “เดปอทู” ที่เชื่อมถึงจิตและใจของผู้คนกลางผืนป่าใหญ่
.
.
.
บทความโดย : ทินภัทร ภัทรเกียรติทวี
_________
อ้างอิง :
– จักรพันธ์ เพียรพนัสสัก. (2543) ภูมิปัญญาชาวบ้านในพิธีกรรมของชุมชนกะเหรี่ยง . มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.เชียงใหม่
– http://wisethailand.net/index.php/activities/84-4-2561
