เราต่างมีส่วนทำให้ป่าลดลง
เผยแพร่วันที่ 22 มิถุนายน 2020

“เ ร า ต่ า ง มี ส่ ว น ทำ ใ ห้ พื้ น ที่ ป่ า ล ด ล ง”
ประโยคข้างต้นดูไม่น่าเชื่อ…แต่มันคือเรื่องจริง แม้ว่าเราจะไม่เคยตัดต้นไม้ หรือไม่มีเครื่องมือทำลายป่าใด ๆ อยู่ในมือเลยก็ตาม
แต่ทุก ๆ เช้าที่ตื่นนอน การล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ สระผมของเรา ก็มีส่วนทำให้พื้นที่ป่าลดลงแล้ว เพราะในยาสีฟัน สบู่ หรือแชมพู มักมีน้ำมันปาล์มเป็นส่วนประกอบ โดย 80-90% ของน้ำมันปาล์มมาจากประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งพื้นที่ปลูกเหล่านั้นเกิดจากการถางป่า แถมยังเป็นป่าเขตร้อนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หายาก เช่น ลิงอุรังอุตัง เสือโคร่ง

ป่าแอมะซอน ผืนป่าฝนเขตร้อนที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ปอดของโลก’ กำลังถูกทำลายขนาดเท่าสนามฟุตบอลในทุก 1 นาที
เพื่อเปลี่ยนไปเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและปาล์มน้ำมัน
ภาพ : https://www.catdumb.com/de-amazon-forest-064/
หรือเสื้อผ้าของเราก็มีส่วนเช่นกัน อย่างเสื้อผ้าที่ผลิตจากฝ้าย ซึ่งฝ้ายเป็นพืชที่ใช้ที่ดินและน้ำเยอะมากในการเพาะปลูก อีกทั้งการปลูกฝ้ายในหลายๆ แห่งจะต้องใช้ปุ๋ยและสารเคมีที่มักทิ้งสารตกค้างไว้ในดิน ซึ่งอาจทำให้ดินเสียหายและเสื่อมคุณภาพ หรือในกระบวนการผลิตให้เป็นเสื้อผ้าก็อาจมีส่วนของสารเคมี การแปรรูป การสกรีน หากนำไปฝังกลบก็จะยังคงตกค้างอยู่ที่สภาพแวดล้อมของเรา แม้ว่าฝ้ายจะเป็นเส้นใยที่มาจากธรรมชาติก็ตาม

ผ้าที่ถูกผลิตมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการสินค้าตามกระแสแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ภาพ : Ethan Bodnar, https://unsplash.com/
แม้กระทั่งการกินปิ้งย่างที่เราต่างหลงใหลกัน โดยเฉพาะเนื้อวัวย่างหอมๆ ติดมันหน่อยๆ ก็กลายเป็นความอร่อยที่ทำลายพื้นที่ป่าแบบไม่รู้ตัว โดยข้อมูลจากรายงานของกรีนพีซที่รวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา คนทั่วโลกบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น 4 เท่า ทำให้เราฆ่าสัตว์ในระบบปศุสัตว์ 7.6 หมื่นล้านตัวต่อปี โดยใช้พื้นที่เกษตรกรรมของโลกมากกว่า 3 ใน 4 เลี้ยงสัตว์เหล่านี้ และนำมาซึ่งปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า
แม้แต่การบริโภคหมูและไก่ในประเทศจีน ยังเชื่อมโยงไปถึงการทำลายป่าแอมะซอนในทวีปอเมริกาใต้ เพราะจีนนำเข้าผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองจากบราซิลเพื่อมาเป็นอาหารสำหรับสัตว์ไม่เคี้ยวเอื้องมากถึง 20% ของผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองทั้งหมดที่บราซิลส่งออก ดังนั้น การขยายตัวของปศุสัตว์และพื้นที่สำหรับการเพาะปลูกพืชอาหารสัตว์ จึงเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการทำลายป่า ท้องทุ่ง และทุ่งหญ้าสะวันนาเลยทีเดียว

เมื่อความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์มากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการพื้นที่ในการปลูกพืชอาหารสัตว์ซึ่งนำมาสู่การทำลายพื้นที่ป่ามากขึ้นตามไปด้วย
ภาพ : Szabo Viktor, https://unsplash.com/
ทุกๆ ปี ทั่วทั้งโลกกำลังสูญเสียพื้นที่ป่าขนาดเท่าประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าฝนเขตร้อน ซึ่งจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสภาพอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ และเราต่างมีส่วนทำให้พื้นที่ป่าลดลง โดยที่เราไม่รู้ตัวเพราะความไม่เข้าใจและคิดว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว

ผืนป่าถูกตัดทำลายลง ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศซึ่งมีมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งย่อมเสียสมดุล
ภาพ : https://pixabay.com/th/photos/
ลองหันกลับมามองการใช้ชีวิตของตัวเอง เลือกบริโภคสิ่งที่สร้างผลกระทบให้กับสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ใช้ทรัพยากรทุกอย่างอย่างรู้คุณค่าและคุ้มค่าที่สุด และใส่ใจพฤติกรรมของตัวเองให้มากขึ้น
แต่หากเรายังนิ่งเฉย และยังดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติต่อไป พฤติกรรมการอยู่ การกิน การชีวิตของเราในทุกๆ วัน คงไม่ต่างอะไรกับเลื่อยหรือขวานที่เป็นเครื่องมือในการตัดต้นไม้ทำลายป่า ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงทำลายโลกด้วยน้ำมือของเราเอง !

เด็กๆ และเยาวชนคนรุ่นใหม่ ผู้เป็นเจ้าของอนาคตและทรัพยากรที่เรากำลังยืมพวกเขามาใช้อยู่ในปัจจุบัน
ภาพ : Stiven Gaviria, https://unsplash.com/
————————————————————————
เรื่อง : อนิตา ดาหลาย
ข้อมูล :
- การบริโภคเนื้อสัตว์พุ่ง: ปรับการกิน ลดโลกร้อน, https://greennews.agency/?p=17464
- เปลี่ยนโลกด้วย Lifestyle กับ กรณิศ ตันอังสนากุล, https://www.the101.world/one-on-one-koranis-interview/
- เลือกซื้อของอย่างไร ไม่ทำร้ายโลก (จนเกินไป), https://themomentum.co/responsible-consumption/
- ผลกระทบจากอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์, https://www.greenpeace.org/thailand/explore/transform/food-system-old/food-industry-impact/
- เกษตรกรรมเชิงอุตสาหกรรมและการสูญพันธุ์ครั้งที่ 6, https://www.greenpeace.org/thailand/story/6148/earth-6th-mass-extinction/
- ใน 1 ปี พื้นที่ป่าทั่วโลกหายไปเทียบเท่าขนาดของประเทศอังกฤษ, https://www.seub.or.th/bloging/สถานการณ์/สิ่งแวดล้อม-ต่างประเทศ/ใน-1-ปี-พื้นที่ป่าทั่วโลก/
- ส่องสถานการณ์ป่าไม้โลกในรอบ 25 ปี ถอดบทเรียนความล้มเหลวจากนานาประเทศ, https://greennews.agency/?p=16212
- อุตสาหกรรมแฟชั่น ทำลายโลกมากกว่าที่เราคิด, https://www.longtunman.com/23318
