มูลนิธิไทยรักษ์ป่า 20 ปี แห่งเส้นทางการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ
เกี่ยวกับมูลนิธิไทยรักษ์ป่า
เล่าภาพรวมเส้นทางการทำงาน 20 ปี เพื่อปกป้อง ป่าต้นน้ำ และระบบนิเวศของไทย
มูลนิธิไทยรักษ์ป่า ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานทุนเริ่มแรกจำนวน 10 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นรากฐานในการดำเนินงานอนุรักษ์ ป่าต้นน้ำ ของประเทศไทย
ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ มุ่งมั่นทำงานบนพันธกิจสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
- การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เพื่อรักษาสมดุลระบบนิเวศ
- การสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด “คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้”
- การปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน ผ่านโรงเรียนและกิจกรรมหลากหลาย
ด้วยการผนึกกำลังของภาครัฐ เอกชน ชุมชน และองค์กรนานาชาติ มูลนิธิไทยรักษ์ป่าจึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำของไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
จากจุดเริ่มต้นสู่ความสำเร็จ การฟื้นฟูป่าต้นน้ำไทยเพื่อชุมชนและธรรมชาติ
ย้อนรอยจุดเริ่มต้นแห่งความมุ่งมั่นของมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ในภารกิจอนุรักษ์ป่าต้นน้ำที่เป็นดั่งหัวใจของธรรมชาติไทย ตลอดเวลากว่า 20 ปี ตั้งแต่ก้าวแรกในปี พ.ศ. 2545 มูลนิธิได้ทุ่มเทพัฒนาโครงการอนุรักษ์ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งต่อทรัพยากรธรรมชาติและชุมชนในพื้นที่ทั่วประเทศ สัมผัสเรื่องราวความสำเร็จและบทเรียนแห่งการเติบโตที่ผลักดันให้ป่าต้นน้ำกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง
เส้นทางงานอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ
พ.ศ. 2545
เอ็กโก กรุ๊ป ทูลเกล้าฯ ถวายเงินต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำนวน 10 ล้านบาท และได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานให้เป็นทุนเริ่มแรกในการก่อตั้ง “มูลนิธิไทยรักษ์ป่า” จนได้รับใบอนุญาตจัดตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2545
พ.ศ. 2550
เริ่มต้นโครงการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ที่มีความสำคัญทางระบบนิเวศ ความหลากหลายทางธรรมชาติ และเป็นป่าต้นน้ำที่สูงที่สุดของประเทศไทย
พ.ศ. 2551- 2553
- ดำเนินโครงการด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเริ่มมีบทบาทในการสร้างเครือข่าย พร้อมกับสนับสนุนให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกันอย่างยั่งยืน
- เริ่มต้น “โครงการหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า” ตามแนวทาง “คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้”
- เริ่มต้น “โครงการโรงเรียนไทยรักษ์ป่า” เพื่อปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติให้กับเยาวชน
- พัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นห้องเรียนธรรมชาติ สำหรับเรียนรู้คุณค่าและความสำคัญของป่าต้นน้ำ
พ.ศ. 2554 - 2556
- ดำเนินโครงการด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญและการใช้ประโยชน์ผืนป่าอย่างสมดุล จนได้รับการประกาศเป็นองค์กรสาธารณกุศล ลำดับที่ 752 พร้อมขยายพื้นที่การดำเนินงานสู่ป่าต้นน้ำภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช
- เริ่มต้น “โครงการหนึ่งป่าต้นน้ำ หนึ่งต้นกำเนิดพลังงาน”
- พัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกมณฑาธาร ณ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ป่าต้นน้ำใกล้เมือง
พ.ศ. 2557 - 2559
- ดำเนินงานสร้างเครือข่ายปลูกจิตสำนึกรักษ์ป่า และส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับภาคียุทธศาสตร์ เกิดเป็นพลังร่วมในการปกป้องคุ้มครองผืนป่าให้คงอยู่อย่างยั่งยืน จนได้รับการรับรองเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ประเทศไทย ลำดับที่ 8 พร้อมขยายพื้นที่การดำเนินงานอนุรักษ์สู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ป่าต้นน้ำลำปะทาว จังหวัดชัยภูมิ
- พัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกกะโรม น้ำตกอ้ายเขียว และน้ำตกพรหมโลก ณ อุทยานแห่งชาติเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช
- ส่งเสริมจิตสำนึกเยาวชน ภายใต้กิจกรรมค่ายเด็กไทยรักษ์ป่ามณฑาธาร จังหวัดเชียงใหม่ และค่ายเด็กไทยรักษ์ป่า เขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช
พ.ศ. 2560 – ปัจจุบัน
เดินหน้างานอนุรักษ์ในพื้นที่ป่าต้นน้ำทั้ง 3 ภูมิภาค ร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขยายการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูป่า ในจังหวัดเชี ยงใหม่และจังหวัดชัยภูมิ เพื่อครอบคลุมภารกิจ 3 ด้านด้วยกัน ได้แก่ ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟู ด้านการสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายชุมชนและด้านการปลูกจิตสำนึกเยาวชนและประชาชน ด้วยความภาคภูมิใจต่อทุกภารกิจที่ได้มีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมและผืนป่าต้นน้ำของประเทศไทยให้เป็นสมบัติของแผ่นดินและเป็นอนาคตของลูกหลานไทยต่อไป
ผลงานเด่นและความสำเร็จของมูลนิธิไทยรักษ์ป่า
ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา มูลนิธิไทยรักษ์ป่าได้สร้างผลลัพธ์เชิงบวกที่จับต้องได้ทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมไทย
- ฟื้นฟูป่าต้นน้ำแล้วกว่า 20,000 ไร่ ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคอีสาน
- จัดตั้ง “หมู่บ้านไทยรักษ์ป่า” มากกว่า 30 หมู่บ้าน สร้างเครือข่ายชุมชนร่วมอนุรักษ์
- มีเยาวชนกว่า 50,000 คน ได้รับการปลูกฝังจิตสำนึกผ่านโครงการโรงเรียนไทยรักษ์ป่าและค่ายเยาวชน
- พัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เช่น กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ และน้ำตกมณฑาธาร ให้เป็นห้องเรียนธรรมชาติกลางป่า
- ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยการเป็นสมาชิก IUCN ประเทศไทย
ผลงานเหล่านี้สะท้อนถึงความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน และเป็นแรงบันดาลใจในการก้าวต่อไปเพื่อปกป้องป่าต้นน้ำในอนาคต
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับมูลนิธิไทยรักษ์ป่า
A: มูลนิธิไทยรักษ์ป่าก่อตั้งขึ้นเมื่อใด?
Q: มูลนิธิไทยรักษ์ป่าก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานทุนเริ่มแรกจำนวน 10 ล้านบาท
A: วัตถุประสงค์หลักของมูลนิธิไทยรักษ์ป่าคืออะไร?
Q: เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำของประเทศไทย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น และปลูกจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนและประชาชน
A: มูลนิธิฯ ดำเนินงานในพื้นที่ใดบ้าง?
Q: ดำเนินงานครอบคลุมทั้ง 3 ภูมิภาค ได้แก่
ภาคเหนือ: เชียงใหม่ (ดอยอินทนนท์, ดอยสุเทพ)
ภาคใต้: นครศรีธรรมราช (เขาหลวง, น้ำตกกะโรม)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ชัยภูมิ (ลำปะทาว)
A: มูลนิธิฯ มีโครงการหรือกิจกรรมสำคัญอะไรบ้าง?
Q: มูลนิธิฯ ดำเนินโครงการหลากหลาย เช่น “โครงการหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า” (ส่งเสริมคนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้), “โครงการโรงเรียนไทยรักษ์ป่า” (ปลูกจิตสำนึกเยาวชน), “โครงการหนึ่งป่าต้นน้ำ หนึ่งต้นกำเนิดพลังงาน” และการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติต่างๆ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้
A: มีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เยาวชนหรือชุมชนเข้าร่วมไหม?
Q: มี เช่น โครงการโรงเรียนไทยรักษ์ป่า, ค่ายเด็กไทยรักษ์ป่า, เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และกิจกรรมอนุรักษ์ที่ร่วมกับชุมชนในแต่ละพื้นที่
A: มูลนิธิฯ ทำงานร่วมกับองค์กรหรือหน่วยงานใดบ้าง?
Q: มูลนิธิฯ ทำงานอย่างใกล้ชิดและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคียุทธศาสตร์หลากหลาย ทั้งภาครัฐ เช่น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, ชุมชนท้องถิ่น, โรงเรียน, รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศอย่าง IUCN เพื่อผนึกกำลังในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
A: สามารถร่วมสนับสนุนมูลนิธิหรือเข้าร่วมโครงการได้อย่างไร?
Q: ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ทั้งในรูปแบบของอาสาสมัคร การบริจาค หรือการเป็นภาคีความร่วมมือ โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล [email protected] หรือหมายเลขโทรศัพท์ 02-299-5999

