#ป่าไม้เกี่ยวอะไรกับโลกร้อน ‘โ ล ก ร้ อ น กั บ ผื น ป่ า … ที่ ห า ย ไ ป’

เผยแพร่วันที่ 7 ตุลาคม 2020

:: โ ล ก ร้ อ น ๆ … คำที่เราได้ยินกันบ่อยๆ จนอาจจะชินชาและลืมไปว่าผลกระทบจากการที่โลกร้อนขึ้นเพียงไม่กี่องศา หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศไปนั้น รุ น แ ร ง เ พี ย ง ใ ด !
:: ผืนป่าที่ลดลง กับโลกที่ร้อนขึ้น เป็นหนึ่งในข้อมูลการย้ำเตือนถึงปัญหาที่ถูกก่อขึ้นมาจากฝีมือมนุษย์ …หนึ่งในทางออกที่จะช่วยให้รอดพ้นจากวิกฤติต่างๆ เหล่านี้ได้ ก็คือ ‘การหยุดทำร้ายป่าไม้ แล้วร่วมกันอนุรักษ์ผืนป่าที่มีอยู่และปลูกป่าทดแทนเพิ่มมากขึ้น’ เพราะป่าไม้เกี่ยวข้องกับโลกร้อนอย่างไม่อาจตัดขาดจากกัน !
:: วันนี้มูลนิธิไทยรักษ์ป่าได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับป่าไม้และโลกร้อนที่น่าสนใจมาให้เราทุกคนได้เรียนรู้ เข้าใจ และร่วมกับรักษาป่าเดิมเพิ่มป่าใหม่ …เพื่อให้โลกได้มีโอกาสฟื้นตัวกลับสู่สภาวะสมดุล เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว โลกก็จะเดินทางเข้าสู่จุดพลิกผันที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสภาพภูมิอากาศ และนำหายนะสู่มนุษยชาติในที่สุด…!
?
__________________________________________
ภาพประกอบ :
– https://www.catdumb.com/de-amazon-forest-064/
– https://unsplash.com/


1. ป่ า ห า ย ไ ป เท่าไหร่แล้ว ?
:: ภาพรวมพื้นที่ป่าไม้ทั่วโลก พบว่ามีอยู่ประมาณ 4.06 พันล้านเฮกตาร์ หรือเท่ากับ 25,375 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 31 ของพื้นที่บนบกทั้งหมด และหากคิดเทียบให้เห็นภาพกันแบบเข้าใจง่าย ๆ พบอยู่ที่ 25,375 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 31 ของพื้นที่บกทั้งหมด และหากคิดเทียบกับจำนวนประชากรบนพื้นโลก สามารถคิดเป็นสัดส่วนพื้นที่ป่าไม้เท่ากับ 0.52 เฮกตาร์ หรือ 3.25 ไร่ ต่อประชากร 1 คน
:: ทุกๆ ปี ทั่วทั้งโลกกำลังสูญเสียพื้นที่ป่าขนาดเท่าประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าฝนเขตร้อน ซึ่งจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสภาพอากาศและสัตว์ป่า
:: อัตราการสูญเสียพื้นที่ป่าเพิ่มมากขึ้นถึง 26 ล้านเฮกตาร์ (64 ล้านเอเคอร์) ต่อปี โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาพบว่าอัตราการสูญเสียพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าอดีต แม้ว่าผู้นำประเทศทั่วโลกได้ร่วมปฏิญญาที่จะลดอัตราการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้กันไปแล้วในปี 2557

:: พื้นที่ป่าฝนเขตร้อนซึ่งมีคุณค่าทางระบบนิเวศและไม่อาจปลูกทดแทนได้นั้นได้รับความเสียหายมากที่สุด มีอัตราลดลงราว 4.3 ล้านเฮกตาร์ต่อปี
_______________________________

ข้อมูลเพิ่มเติม :

– https://www.bltbangkok.com/news/28142/
– https://www.seub.or.th/…/%E0%B9%83%E0%B8%99-1-%E0%B8…/


2. ป่ า ไ ม้ กั บ โ ล ก ร้ อ น
:: นักวิทยาศาสตร์ ชี้ว่า การแก้ไขปัญหาโลกร้อนนั้น ต้องมีการปลูกป่าเพื่อดูดซับคาร์บอน (Reducing Emission from Deforestation and Degradation in Developing Countries/REDD) เพราะว่า ในแต่ละปีป่าไม้จะดูดซับคาร์บอนประมาณ 2.6 พันล้านตัน ในขณะที่การทำลายป่าหรือการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจะก่อให้เกิดการปล่อยคาร์บอนประมาณ 1.6 พันล้านตัน หรือเทียบเท่ากับ 5.9 พันล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ (IPCC, 2007)
:: สรุปได้ว่า การปล่อยคาร์บอนจากการทำลายป่าคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 20 ของการปล่อยทั้งหมด ซึ่งมากกว่าการปล่อยคาร์บอนจากการคมนาคมขนส่ง ที่คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 15 ของการปล่อยทั้งหมด (WRI, 2007) ด้วย เหตุนี้จึงมีความเห็นว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพ และมีต้นทุนในการปล่อยค่อนข้างต่ำ จึงต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน
_______________________________

ข้อมูลเพิ่มเติม :
– https://biothai.net/node/695


3. รั ก ษ า ป่ า ล ด ปั ญ ห า โ ล ก ร้ อ น
:: การลดการตัดไม้ทำลายป่า การจัดการพื้นที่ป่า การปลูกสร้างสวนป่า และการทำระบบนิเวศเกษตร (Agroecosystem หรือ Agriculture ecosystem) การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืงยังมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศได้เนื่องจากป่าไม้มีบทบาทสำคัญในวัฏจักรการไหลเวียนของคาร์บอนในโลก

:: ขณะเดียวกันในหลายๆ ประเทศมีแผนปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น เช่นเอธิโอเปีย แต่ถึงกระนั้นเสียงชื่นชมของเรื่องการปลูกป่าในบางประเทศอย่างเม็กซิโกหรือเอลซัลวาดอร์นั้นอาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดีนักตราบใดที่พื้นที่ป่าเดิมยังคงลดลงอยู่ เพราะการปลูกต้นไม้เพิ่มไม่อาจชดเชยการสูญเสียป่าดั้งเดิมได้ และเรายังต้องการเวลาอีกหลายศตวรรษกว่าที่ป่าจะฟื้นความสามารถดูดซับคาร์บอนฯ และควบคุมสภาพอากาศได้อย่างเต็มรูปแบบนั่นเอง…
_______________________________

ข้อมูลเพิ่มเติม :
– https://actionforclimate.deqp.go.th/?p=6823
– https://www.seub.or.th/…/%E0%B9%83%E0%B8%99-1-%E0%B8…/

แบ่งปันเรื่องราวของป่า