รู้จักป่าใช้สอย …จัดการเพื่ออยู่ร่วมกันระหว่าง คน กับ ป่า

เผยแพร่วันที่ 28 ตุลาคม 2020

:: หากพูดถึง “ป่า” ในความหมายของหลายๆ คนคงคิดถึงป่าอนุรักษ์ซึ่งเป็นป่าที่ห้ามเข้าไปใช้ประโยชน์ เพราะเป็นพื้นที่ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เพื่อรักษาและคงความเป็นธรรมชาติดั้งเดิมไว้และให้เกิดการรบกวนน้อยที่สุด
:: จนบางครั้ง เมื่อมีคำว่า “อนุรักษ์” ทำให้เราเข้าใจว่าหมายถึงการเก็บรักษาทรัพยากรนั้นไว้เฉยๆ …แต่จริงๆ แล้ว คำว่า “อนุรักษ์” คือการรู้จักใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาดให้เป็นประโยชน์ต่อมหาชนมากที่สุด ใช้ได้เป็นเวลายาวนานที่สุด ต้องให้สูญเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์น้อยที่สุด และจะต้องกระจายการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรโดยทั่วถึงกันด้วย
:: วันนี้มูลนิธิไทยรักษ์ป่าจึงขอแบ่งปันข้อมูลของ ‘ป่า’ ที่มีการจัดการเพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลระหว่างคนกับป่า มาฝากกัน…
?
____________________
เรื่อง : อนิตา ดาหลาย
ภาพประกอบ : อัจฉรา คำมะณี
ที่มาภาพ:
– จิตรภณ ไข่คำ
– https://hilight.kapook.com/view/173161
– https://unsplash.com/


1. ป่าไม่ได้มีรูปแบบแค่ป่าอนุรักษ์ที่คนห้ามแตะต้อง ?
:: จริงอยู่ว่า ป่าอนุรักษ์ คือป่าที่ประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งห้ามบุคคลเข้าไปใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แต่เราก็ยังมี “ป่าชุมชน” ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ที่คนในชุมชนมีส่วนร่วมต่อการจัดการเพื่อให้ตอบสนองวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ โดยสามารถพบได้ทั่วไปในที่ดินประเภทต่างๆ เพียงแต่ระดับการมีส่วนร่วมและการจัดการอาจมีความเข้มข้นและความหลากหลายที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับกฎหมายของที่ดินผืนนั้น
:: “ป่าชุมชน” จึงเป็นกลไกสำคัญที่เป็นช่องทางให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์จัดการฟื้นฟูให้ป่ามีความสมบูรณ์เพิ่มขึ้นและมีการใช้ทรัพยากรและผลผลิตจากป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความมั่นคงแห่งชีวิตของคนในชุมชน และเมื่อคนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จะไม่ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานไปไหน และที่สำคัญคือเราได้เรียนรู้การอยู่อย่างสมดุลกับธรรมชาติและดำรงชีพอยู่ได้อย่างมีความสุข…


2. คน กับ ป่า
:: เพราะพื้นฐานสังคมชนบทในประเทศไทย ชาวบ้านล้วนอาศัยพึ่งพาป่าเพื่อปัจจัย 4 มาเป็นเวลานานแล้ว พวกเขาพึ่งพาน้ำที่มีต้นธารจากป่าเพื่อทำการเกษตร อาศัยผลผลิตจากป่าเป็นรายได้เสริม และป่าก็ยังเป็นแหล่งที่มาของความเชื่อ ประเพณี ซึ่งเป็นรากฐานความสัมพันธ์ของชุมชน ดังนั้นบทบาทของป่าต่อความอยู่รอดของชุมชนจึงมีมาเนิ่นนานและไม่สามารถแยกจากกันได้
:: อย่างชุมชนพื้นเมืองหรือกลุ่มชนชาติพันธุ์ ซึ่งแทบทุกแห่งมีวัฒนธรรมและวิถีปฏิบัติในการจัดการและดูแลรักษาป่า เช่น ความเชื่อเรื่องผีที่ดูแลป่า รักษาต้นน้ำ แบบแผนการใช้ทรัพยากรจากป่าอย่างรู้คุณค่า และมีกุศโลบายในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าผ่านทางพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายไปตามภูมินิเวศและวัฒนธรรมในแต่ละแห่ง
:: ยกตัวอย่างชาวปกาเกอะญอ พวกเขามีป่าเป็นเสมือนต้นทุนของชีวิต ใช้ประโยชน์จากป่าและมีการบริหารจัดการทรัพยากรป่าที่ดี จากความเชื่อจากรุ่นสู่รุ่นที่ส่งผ่านมาอย่างยาวนาน กลายเป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องและเกื้อกูลกับป่า มีการยึดระเบียบและกฎเกณฑ์ดั้งเดิมอันเป็นประเพณีปฏิบัติ โดยแบ่งป่าออกเป็น 3 ส่วน คือ “ป่าอนุรักษ์ ป่ า ใ ช้ ส อ ย และป่าเพื่อทำไร่หมุนเวียน”
:: โดยเฉพาะ ป่ า ใ ช้ ส อ ย ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก เป็นป่าไผ่ ป่าเบญจพรรณ หรือป่าเต็งรัง ที่มีอาหารและของป่า ระบบนิเวศมีกระบวนการทดแทนและฟื้นตัวง่าย ชาวบ้านจะใช้เป็นแหล่งอาหาร แหล่งไม้ใช้สอยในชุมชนและพื้นที่เลี้ยงสัตว์ การใช้ประโยชน์จากป่าประเภทนี้ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์และข้อตกลงของคนในชุมชนบางชุมชนอนุญาตให้ชาวบ้านเก็บหาไม้ และผลผลิตจากป่าได้ตามความจำเป็น แต่บางชุมชนก็อนุญาตให้สมาชิกหาของป่าเพื่อนำไปขายเป็นรายได้ให้กับครอบครัว
:: ดังนั้น คนกับป่า จึงอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพากันและกัน มีการจัดการกับทรัพยากรป่า ใช้อาศัย ทำมาหากิน และเลือกใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน รวมทั้งช่วยรักษาพื้นที่ป่าและความสมบูรณ์ของนิเวศป่าไม้ เพื่อให้ระบบนิเวศคงความสมดุลตลอดไป…

แบ่งปันเรื่องราวของป่า