ไทยรักษ์ป่า ‘ฟื้นฟูป่าภูหลง’ อย่างไร?

เผยแพร่วันที่ 9 กรกฎาคม 2021

:: ภายใต้ ‘โครงการฟื้นฟูป่า รักษาตาน้ำ’ จ.ชัยภูมิ การฟื้นฟู ภู ห ล ง ป่าต้นน้ำแห่งลำปะทาวอย่างไทยรักษ์ป่า หมายถึง “การปลูกเลียนแบบป่าธรรมชาติดั้งเดิม” ซึ่งจะทำให้ป่าสามารถขยายใหญ่ เติบโต และสร้างสมดุลได้เองในเวลาถัดๆ ไป

 

  1. ‘ฟื้นฟูป่า’ อย่างไทยรักษ์ป่า คือการปลูกให้ ‘ผืนป่าที่เสียหายหรือเสื่อมโทรมกลับมาอุดมสมบูรณ์ให้เร็วขึ้น’ คำนึงถึงโครงสร้างป่าไม้ที่มีความซับซ้อน

ปลูกป่าด้วยพันธุ์ไม้พื้นถิ่นหลากชนิดพันธุ์ ตามโครงสร้างไม้เรือนยอดที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ เช่น ความสูง ความชัน ปริมาณน้ำ และเลือกพันธุ์ไม้ถิ่นหลากหลายชนิดเป็นโครงสร้างรอง เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ เอื้อประโยชน์ในการเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตอื่น และเกิดความหลากหลายทางชีวภาพในอนาคต

ปีที่แล้ว ไทยรักษ์ป่าได้ปลูกเพื่อฟื้นฟูป่า ‘ภูหลง’ จ.ชัยภูมิ จากเหตุการณ์ไฟป่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 63 ประมาณ 145 ไร่

 

  1. ‘งานฟื้นฟูป่า’ ความท้าทายระยะยาว

เริ่มต้นจากสำรวจพื้นที่โครงสร้างป่าตามหลักวิชาการป่าไม้ ศึกษาชีพลักษณ์การติดดอก ออกผล ก่อนการกำหนดพื้นที่ปลูก เก็บและคัดเมล็ดพันธุ์ไม้พื้นถิ่นที่เหมาะสมสำหรับฟื้นฟูป่า ก่อนเริ่มต้นเพาะกล้าไม้ จากนั้น เคลียร์พื้นที่ก่อนเริ่มปลูก ถางวัชพืช มีการบันทึกพันธุ์ไม้นับแต่วันที่ปลูก เพื่อติดตามผลการฟื้นฟูป่า กระทั่งป่าเติบโตขยายใหญ่ได้ด้วยตัวเอง

 

  1. เมื่อเมล็ดงอกเงย เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบติดตามผล

ดูแลและเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของต้นไม้ ติดตามอัตราการรอดตาย มีการถางป่า-จัดการวัชพืชที่ปกคลุมต้นไม้ออก เพื่อลดเชื้อเพลิงและให้พืชพันธุ์ได้รับแสงอาทิตย์ น้ำ และอากาศอย่างเต็มที่ และยังมีการเก็บข้อมูล เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยแวดล้อมในพื้นที่อื่นๆ ที่มีการจัดการต่างกัน อาทิ ความชื้นในดิน สัตว์ชนิดต่างๆ ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

  1. ปกป้องป่าจากไฟป่า

มีการถอดบทเรียนจากไฟป่าร่วมกับชุมชน และสร้างกลไกการบริหารจัดการไฟป่าอย่างมีส่วนร่วม โดยสร้างแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งวิธีการป้องกันไฟป่าวิธีอื่นๆ อาทิ การกำจัดเชื้อเพลิง การชิงเผา และมูลนิธิฯ ได้สนับสนุนให้เกิดการลาดตระเวนเพื่อเฝ้าระวังไฟป่า โดยสร้างร่วมมือกับคนในชุมชนบ้านตาดรินทอง วัดป่ามหาวัน และคณะกรรมการจัดการป่าชุมชน

 

  1. หนุนเสริมความเข้มแข็งคนในชุมชน สร้างจิตสำนึกให้เยาวชน

มูลนิธิฯ ส่งเสริมการสร้างงานของคนในชุมชนบ้านตาดรินทองจากการดูแลผืนป่า สร้างรายได้จากการเพาะกล้าไม้พื้นถิ่น หนุนเสริมศักยภาพคนในชุมชนผ่านการอบรมคุณค่าป่าไม้ การกักเก็บคาร์บอน การจัดการไฟป่า ควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชนฯ ผ่านกระบวนการค่ายเยาวชน และกิจกรรมปลูกป่าร่วมกับชุมชน เพื่อการตระหนักต่อคุณค่าป่าไม้และสำรวจความหลากหลายทางในพื้นที่ เพื่อให้เยาวชนได้มีสำนึกรักษ์ ร่วมดูแลผืนป่าต้นน้ำภูหลงไปด้วยกัน

 

  1. ความเข้าใจต่อความเสียหาย พื้นที่ ระบบนิเวศ และบริบทแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อฟื้นฟูผืนป่า ภู ห ล ง อย่างถูกต้อง ให้ความสำคัญกับสัตว์ป่า ผิวดิน สภาพแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ และสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ‘ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ’ ก็จะได้รับการฟื้นฟูตาม

 

  1. ในปัจจุบัน ทั่วโลกให้ความสำคัญต่อการฟื้นฟูป่าอย่างมาก ด้วยสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly) ได้ประกาศว่าทศวรรษนี้ คือ ‘ทศวรรษแห่งการฟื้นฟูระบบนิเวศ’ เพราะเมื่อโลกมีระบบนิเวศที่ดี จะลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและหยุดการล่มสลายของ ‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ ได้

 

  1. ป่าสามารถฟื้นตัวเองตามธรรมชาติได้ดีก็จริง แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โลกแปรปรวน ก่อภาวะโลกร้อน กระทบต่อผืนป่า หลายครั้งมนุษย์ยังสร้างความเสียหายให้ผืนป่าโดยตรง จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่รู้ขีดจำกัด เมื่อป่าเสียหาย เราทุกคนจึงควรมีส่วนในการช่วยเหลือเพื่อให้ธรรมชาติได้มีโอกาสฟื้นฟู และนำไปสู่ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพที่ยั่งยืน

แบ่งปันเรื่องราวของป่า