คนรักษ์ป่า : ความรู้จะช่วยสร้างเจตคติที่ดีในการปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อม

เผยแพร่วันที่ 10 ธันวาคม 2021

ผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการอนุรักษ์และความหลากหลายทางชีวภาพ

ครูนัท หรือ ชวนัท มณีกร ครูวิทยาศาสตร์ และครูที่ปรึกษาชมรมวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม โรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน ผู้ซึ่งเป็นครูแกนนำรุ่นใหม่ที่นำนักเรียนชมรม CMC Bio Gang ลงพื้นที่สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยอินทนนท์ร่วมกับเครือข่ายเยาวชนไทยรักษ์ป่าเชียงใหม่

เมื่อความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศกำลังลดลง

กิจกรรมหลักของชมรม CMC Bio Gang แห่งโรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน คือ การศึกษาความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศ และการตรวจประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยจะพานักเรียนไปลงพื้นที่ป่าชุมชนหรือพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากการลงพื้นที่ พบว่า ความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตต่างๆ กำลังเริ่มลดลงอย่างน่าใจหาย

เช่น เฟิร์นที่มีจำนวนชนิดและประชากรที่ลดลง คุณภาพแหล่งน้ำธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป แม่น้ำปิงเปลี่ยนสี ที่เป็นผลจากตะกอนดิน และปรากฏการณ์ Plankton Bloom ทำให้เปลี่ยนเป็นสีแดง แหล่งน้ำต่างๆ ในธรรมชาติก็มีมลพิษปนเปื้อนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเกิดจากการที่มีมนุษย์เข้าไปบุกรุกทำลายพื้นที่ป่า มีการเผาป่า ซึ่งทำให้เกิดปัญหาหมอกควันเพิ่มมากขึ้น

เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ

แนวทางหรือวิธีการที่จะช่วยให้เยาวชนได้ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่อไปอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการสร้างความรู้พื้นฐาน ซึ่งเป็นงานของครูคือการสร้างคนให้มีความรู้ ทุกวันนี้ เด็กสนใจด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และรับรู้ว่าปัญหาเริ่มเกิดขึ้นใกล้ตัวแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กชาติพันธุ์ที่มีชีวิตเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมมาก เราต้องทำให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พยายามทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย ต้องสอนให้เด็กเข้าใจว่า เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ เราต้องอยู่ ต้องใช้ และต้องอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม จึงต้องมีจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกัน

ความรู้ เจตคติ และพฤติกรรมต่อสิ่งแวดล้อม คือ ปัจจัยในการขับเคลื่อน Environmental Literacy

เราจะเน้นการสอน Environmental Education for SDGs แล้วเพิ่มความรู้ ด้าน Environmental Literacy เข้าไป ซึ่งปัจจัยในการเรียนรู้ที่สำคัญมีสามประการคือ ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เจตคติต่อสิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเมื่อเด็กได้รับความรู้ และเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม จะเกิดเจตคติที่ดีในการที่จะปกป้องดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดเป็นพฤติกรรม และกระบวนการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

เราใช้วิทยาศาสตร์ เป็นกระบวนการในการสอนเด็กให้มีความรู้ มีมโนทัศน์ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้อง ต้องให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษา เรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นองค์รวม ให้เข้าใจว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม มีความยึดโยงซึ่งกันและกัน พึ่งพากันและกัน จึงจำเป็นต้องดูแลรักษาไว้

เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว

การสอนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม แม้จะเป็นจุดเล็กๆ แต่ได้ช่วยจุดประกายให้เด็กได้นำไปใช้ในชีวิต และไปขยายผลต่อ การที่เรามาเป็นครูสอนสิ่งแวดล้อมเพราะเราคือผลผลิตจากครูสิ่งแวดล้อมในรุ่นก่อน เราจึงคาดหวังว่า อย่างน้อยๆสิ่งที่เราทำ เราสอน จะมีเด็กๆที่ได้กลับมาทำในสิ่งที่ชอบเหมือนกับเราบ้าง แม้จะมีเพียง 1-2 คนที่กลับมาทำแบบนี้เราก็ถือว่าประสบผลสำเร็จแล้ว แต่สิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดคือ การได้เห็นเด็กมีจิตสำนึกร่วมกัน เราเห็นได้จากการพาเด็กไปออกค่าย ไปใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น เห็นเด็กมีความสามัคคี มีจิตอาสาในการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและทำงานด้วยใจอย่างแท้จริง

อยากขอบคุณมูลนิธิไทยรักษ์ป่าที่ได้ทำงานร่วมกันมาและทำให้เยาวชนได้มีจิตสำนึกในการทำงานเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แม้จะเป็นปัญหาจุดเล็กๆ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะรวมกันเป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้น เหมือนคำกล่าวที่ว่า เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว นั่นเอง ดังนั้น เราจึงต้องมองภาพรวมของปัญหาและหาทางแก้ไขแบบองค์รวมร่วมกัน

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ

ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ค้นพบเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจและกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ที่ มูลนิธิไทยรักษ์ป่า เพราะทุกการกระทำของเรามีผลต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมอย่างเชื่อมโยง

 

แบ่งปันเรื่องราวของป่า