คนรักษ์ป่า “ลัดดา ไพรเจริญศรี”

เผยแพร่วันที่ 9 กันยายน 2021

คนรักษ์ป่า : “ชุมชนคือคนที่ได้ประโยชน์จากป่า เราต้องกล้าที่จะสื่อสารออกไป เมื่อชุมชนรวมตัวกันเข้มแข็งพอ เจ้าหน้าที่อุทยานที่เข้ามาก็ทำตามหน้าที่ พวกเราต้องคุยกันให้เข้าใจว่าสาเหตุหลักความขัดแย้งมาจากอะไร ในเมื่อทั้งเจ้าหน้าที่อุทยาน และชุมชนก็เป็นผู้พิทักษ์ป่าเหมือนกัน”

 

ลัดดา ไพรเจริญศรี แกนนำกลุ่มสตรี บ้านสันดินแดง เล่าเรื่องราวของคนในชุมชนสันดินแดงให้มูลนิธิไทยรักษ์ป่าฟัง 

 

เมื่อ 24 ปี ก่อนสถานการณ์ระหว่างชุมชนกับเจ้าหน้าที่อุทยานค่อนข้างตึงเครียด พื้นที่ทำกินของชุมชนกับพื้นที่อุทยานมีแนวเขตทับซ้อนกัน ต่างฝ่ายต่างอคติต่อกัน ทั้งหมดนี้ดีขึ้นได้เมื่อเกิดการกันแนวเขตที่ดินขึ้น ชุมชนช่วยกันดูแลกันไม่ให้มีการรุกแนวเขต ช่วยทำแนวป้องกันไฟ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้ามาพูดคุยอีกครั้ง คราวนี้ชุมชนรวมกันเข้มแข็งพอที่จะพูดได้ว่า  “เราใช้ประโยชน์จากป่า เราดูแลป่าก็เป็นผู้พิทักษ์ป่าเหมือนกัน”

 

หมู่บ้านเขตวัฒนธรรมพิเศษ

 

บ้านสันดินแดง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านปกาเกอญอที่ตั้งอยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ ในปี 2541 ได้มีการประกาศให้พื้นที่หมู่บ้านสันดินแดงเป็นเขตพื้นที่ทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติ 

 

ต่อมาเมื่อชุมชนได้มีการกันเขตพื้นที่ที่ชัดเจนจากแนวเขตป่า สร้างเงื่อนไขและวิถีปฏิบัติที่อยู่ร่วมกับป่าได้ในปี 2560 บ้านสันดินแดงได้ถูกประกาศให้เป็นเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ 

 

พี่ลัดดาเล่าให้ฟังตามความเข้าใจของตนเองว่า เขตวัฒนธรรมพิเศษคือพื้นที่ที่ชุมชนพยายามรักษาวัฒนธรรมและวิถีปกาเกอญอของเราไว้ไม่ว่าจะเป็น การทำไร่หมุนเวียน ภาษา การทอผ้า และสิ่งแวดล้อมไว้ให้ลูกหลานและคนภายนอกได้เรียนรู้ 

 

ผ้าทอสีย้อมที่ได้จากผืนป่า

 

“การทอผ้าย้อมสีธรรมชาติทำให้แม่บ้านสันดินแดงแทบไม่ต้องออกไปทำงานนอกหมู่บ้าน” สามารถมีรายเสริมนอกเหนือจากการทำเกษตร ทำให้ครอบครัวและชุมชนเข้มแข็งในหลายด้าน รายได้เสริมเหล่านี้ต่อยอดจากการการทอผ้าแบบกี่เอวที่สมาชิกชุมชนเราทอสวมใส่กันตามปกติวิถีอยู่ทุกวันนี่เอง 

 

“ในอดีตรุ่นพ่อแม่เราใช้ฝ้ายที่ปลูกเอง เวลาปลูกข้าวไร่หมุนเวียนก็โปรยเม็ดฝ้ายรวมไปด้วย ถึงเวลาฝ้ายออกดอกแตกฝักก็เก็บมาปั่นทำเส้นด้าย” แต่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมานี้การปลูกฝ้ายลดน้อยลง เพราะวิถีของเราเริ่มปรับจากการหมุนเวียนทำไร่จาก 7 แปลงลดลงเหลือ 3 แปลง การฟื้นฟูของดินไม่เต็มที่ ความอุดมสมบูรณ์ลดลง การติดดอกออกผลของผลผลิตลดลงได้ด้วย ดินฟ้าอากาศก็แปรปรวน ปกติฝ้ายจะได้เก็บหน้าหนาว หากมีฝนหลงเข้ามาก็ทำให้ดอกฝ้ายและพืชผลเสียหาย 

 

หลังๆ ด้ายที่ปลูกเองทอเองลดลง คนในชุมชนเริ่มพึ่งพาฝ้ายที่ซื้อเข้ามาจากอำเภอจอมทอง เมื่อมูลนิธิไทยรักษ์ป่าเข้ามาส่งเสริมอาชีพใน ปี 2550 กลุ่มแม่บ้านสันดินแดง 25 คนรวมตัวกันทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว การย้อมฝ้ายด้วยสีธรรมชาติทำให้ชุมชนคิดว่าต้นไม้มีประโยชน์ ทุกต้นมีคุณค่า สร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาป่า เมื่อเราได้ใช้เรายิ่งรู้สึกว่าต้องรักษา

 

ต้นไม้ทุกต้นมีคุณค่า

 

สีธรรมชาติที่ชุมชนใช้ในการย้อมฝ้ายมาจากเปลือกไม้ สีแดงมาจากเปลือกก่อ สีชมพูมาจากเปลือกประดู่ สีฟ้าจากนางแย้มป่าสีเหลืองจาก ขมิ้นและว่านปูเลย เราใช้เปลือกไม้ใบไม้และพืชหัวเหล่านี้เป็นวัสดุในการย้อมซึ่งไม่สร้างผลกระทบกับป่าและต้นไม้ 

 

ฝ้ายย้อมสีธรรมชาติที่ได้นำมาทอลวดลายที่สร้างสรรค์มาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น ลายน้ำไหล ลายตีนหมา ลายจักรเอว ลายแมงมุม เป็นลายทั่วไปที่ทอกันอยู่แล้วปกติและประยุกต์ได้หลากหลาย ผ้าทอที่ได้จะถูกนำไปฝากขายที่น้ำตกวชิรทาน  บ้างไปออกร้านของมูลนิธิ บ้างขายให้คณะครู กศน. และแขกที่เข้ามาในหมู่บ้านได้ซื้อหาเป็นของฝากติดมือกลับไป

 

อนาคตข้างหน้าบ้านสันดินแดง

 

“พี่เป็นแกนนำกลุ่มสตรี พี่เรียนมาน้อย แต่เราเข้าใจรากเหง้าบ้านเรา เป็นหน้าที่ที่เราต้องปลูกฝังคนรุ่นใหม่ที่เรียนมาสูงๆให้เขาเข้าใจ ว่าสามารถเอาความรู้ที่เรียนมาใช้ให้เราอยู่อย่างสันติและยั่งยืนในหมู่บ้านได้”  

 

ในส่วนของผ้าทอ ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดียอดขายเลยลดลง แต่ก่อนหน้าที่เศรษฐกิจดี การอยู่บ้านทอผ้ามีรายได้เสริม ทำให้แทบไม่มีแม่บ้านสันดินแดงคนไหนต้องออกไปหางานนอกหมู่บ้าน 

 

พี่ลัดดาคิดว่า ความรู้ของคนรุ่นใหม่จะสามารถช่วยเป็นสื่อกลางเปิดตลาดผ้าทอของหมู่บ้านสันดินแดงสู่ภายนอกได้อีกทาง

.

.

#คนรักษ์ป่า #วิถีชุมชนคนอยู่ร่วมผืนป่า

#คุณค่าในความหลากหลายทางชีวภาพ #คุณค่าป่าต้นน้ำ

แบ่งปันเรื่องราวของป่า