โครงการพัฒนาอาชีพ จังหวัดเชียงใหม่

หลักการและเหตุผล

หมู่บ้านไทยรักษ์ป่า เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 10 หมู่บ้าน กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่เป็นหลักคือ กลุ่มชนกะเหรี่ยงหรือปกาเกอญอ ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตรเป็นหลัก เช่น การปลูกข้าวไร่ เกษตรผสมผสาน วนเกษตร เป็นต้น รวมถึงการใช้ประโยชน์จากป่าในรูปแบบอื่นๆ เช่น การเก็บหาของป่า เป็นต้น แต่ทั้งนี้ชุมชนมีหลักการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรควบคู่ไปกับการดูแลรักษาดังสะท้อนให้เห็นในรูปแบบของความเชื่อ ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือการนำเอาความรู้ด้านการอนุรักษ์จากภายนอกมาบูรณาการ เพื่อรักษาความสมดุลของป่าต้นน้ำอันเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญที่เชื่อมโยงทั้งระบบดิน น้ำ ป่า เอาไว้ด้วยกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของมูลนิธิไทยรักษ์ป่าในเรื่อง “คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้” ด้วยเหตุดังกล่าวจึงเกิดการพัฒนาโครงการหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า มาตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา                   โดยการพัฒนาโครงการส่งเสริมอาชีพที่หลากหลายบนพื้นฐานของบริบททางสิ่งแวดล้อมและสังคมของแต่ละชุมชน เพื่อลดการเข้าไปใช้ประโยชน์จากป่าและสร้างทางเลือกด้านอาชีพที่จะช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจทั้งระดับครัวเรือนและชุมชน

ดังนั้นการพัฒนาอาชีพเสริมให้เกิดความยั่งยืน จึงต้องพัฒนาจากจุดแข็งหรือปัจจัยเอื้อของชุมชนดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม สามารถตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของชุมชนและสอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน มีตลาดรองรับที่แน่นอน เกิดภาคีเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและนอกชุมชน เมื่อชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ก็จะมีกำลังความสามารถที่จะช่วยกันดูแลทรัพยากรส่วนรวมต่อไป

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมแก่ชุมชนในโครงการหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า
  2. เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เกิดมูลค่าเพิ่มและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด
  3. เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพ

เป้าหมาย

พื้นที่ทำงานในโครงการไทยรักษ์ป่าที่มีศักยภาพต่อยอดการพัฒนาอาชีพ

  1. พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอ : กลุ่มแม่บ้านในโครงการหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า 2 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านสันดินแดง และ บ้านฮากเกี๊ยะ-ห้วยหลวง
  2. พัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟ : กลุ่มเกษตรกรในโครงการหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า 2 หมู่บ้าน  ได้แก่ บ้านโป่งสะแยน บ้านสบแม่รวม
  3. พัฒนาคุณภาพชีวิตจากการมีไฟฟ้าใช้ :ชุมชนในโครงการหนึ่งป่าต้นน้ำ หนึ่งต้นกำเนิดพลังงาน 2 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านฮากเกี้ยะ-ห้วยหลวง บ้านสันดินแดง

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
สามารถดำเนินงานตามโครงการพัฒนาอาชีพ ซึ่งประกอบด้วย 3 แผนงาน ดังนี้

  1. แผนงานพัฒนาผ้าทอย้อมสีธรรมชาติ : กลุ่มแม่บ้านผ้าทอ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายผ้าทอ
  2. แผนงานพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟ : กลุ่มผู้ผลิตกาแฟมีคู่ค้าที่ให้คุณค่ากับเรื่องสิ่งแวดล้อม
  3. แผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตจากการมีไฟฟ้าใช้ : มีเงินกองทุนที่สามารถนำไปพัฒนาโครงการเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตได้

โครงการพัฒนาหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า จ.นครศรีธรรมราช

หลักการและเหตุผลของโครงการหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า

ความสำคัญของป่าต้นน้ำเขาหลวงต่อชุมชน

มูลนิธิไทยรักษ์ป่าได้ขยายการดำเนินงานอนุรักษ์ป่าต้นน้ำจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์สู่ภาคใต้ ร่วมมือกับอุทยานแห่งชาติเขาหลวง เพื่อปกป้องป่าต้นน้ำที่เป็นแหล่งกำเนิดแม่น้ำสำคัญของภาคใต้ เช่น แม่น้ำตาปีและแม่น้ำปากพนัง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าต้นน้ำจึงต้องทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชนที่พึ่งพิงป่าโดยตรงและทางอ้อม

ปัญหาการบุกรุกและความเสื่อมโทรมของป่า

ปัจจุบันยังคงพบการบุกรุกทำลายป่าเพื่อขยายพื้นที่ทำกิน เช่น ปลูกสวนยางพาราและสวนผลไม้ ทำให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ลดลง ระบบนิเวศเสียสมดุล และเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงขึ้น ชุมชนจึงจำเป็นต้องตระหนักถึงบทบาทของป่าต่อการอยู่รอด และมีจิตสำนึกหวงแหนที่จะร่วมกันปกป้องดูแล

การสร้างความร่วมมือเพื่อการอนุรักษ์ยั่งยืน

มูลนิธิไทยรักษ์ป่านครศรีธรรมราชจึงริเริ่ม “โครงการหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า” เพื่อขับเคลื่อนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและป่าต้นน้ำ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบป่าให้มั่นคงและเข้มแข็ง ตามแนวคิด “คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้” มุ่งหวังให้ผืนป่าเขาหลวงทำหน้าที่เอื้อประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตและมนุษย์อย่างยั่งยืนต่อไป

วัตถุประสงค์ของโครงการในนครศรีธรรมราช

การพัฒนาและวางแผนหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า

ศึกษาบริบทชุมชนและความเป็นไปได้ในการพัฒนาเป็นหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า และนำข้อมูลไปใช้วางแผนการดำเนินงาน

การสร้างกลุ่มอนุรักษ์และเครือข่ายความร่วมมือ

ส่งเสริมความเข้มแข็งของหมู่บ้านตามแนวทาง “คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้”
ส่งเสริมให้เกิดกลุ่มอนุรักษ์และเชื่อมโยงเครือข่ายหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า 3 หมู่บ้าน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น

การลดการพึ่งพาป่าและเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชน

ลดการบุกรุกและใช้ประโยชน์จากป่าอย่างไม่ยั่งยืน
สนับสนุนกิจกรรมเศรษฐกิจชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

เป้าหมายการดำเนินงานและพื้นที่ครอบคลุม

ชุมชนรอบป่าในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยแม่น้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 3 หมู่บ้าน

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการพัฒนาและอนุรักษ์

ข้อมูลชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

มีฐานข้อมูลชุมชนอย่างน้อย 5 หมู่บ้านที่สามารถใช้ในการคัดเลือกและวางแผนพัฒนาหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า

ความเข้มแข็งและคุณภาพชีวิตของชุมชน

หมู่บ้านในโครงการมีความเข้มแข็งและคุณภาพชีวิตดีขึ้น พร้อมร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและป่าต้นน้ำ

การปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

เกิดกลุ่มอนุรักษ์ในชุมชนและเชื่อมโยงเครือข่าย 3 หมู่บ้านเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น
ลดการบุกรุกทำลายป่าและการพึ่งพิงป่าเกินความจำเป็น

 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำและพัฒนาชุมชนรอบป่าเขาหลวงไปกับ มูลนิธิไทยรักษ์ป่านครศรีธรรมราช ไม่ว่าคุณจะเป็นอาสาสมัคร ผู้สนับสนุน หรือผู้ร่วมกิจกรรม ทุกการมีส่วนร่วมของคุณคือพลังสำคัญในการปกป้องป่าอย่างยั่งยืน

 

ติดต่อสอบถามหรือร่วมโครงการ โทร.

มูลนิธิไทยรักษ์ป่า สำนักงานกรุงเทพฯ
เบอร์ : 02-998-5000, 02-998-5999
Email : [email protected]
Facebook : มูลนิธิไทยรักษ์ป่า
Youtube : Thairakpa Foundation

โครงการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

โครงการเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน พัฒนาร่วมกับอุทยานฯ อินทนนท์–สุเทพ‑ปุย เพื่อจัดเส้นทาง 3 กม. เชื่อมจุดชมวิว จัดศูนย์เรียนรู้ชีววิทยา ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์ของป่า

อะไรคือเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน?

การพัฒนา เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ที่เชื่อมโยงกับ กิ่วแม่ปาน ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างเส้นทางเดินเท่านั้น แต่ยังเป็นการผสมผสานความรู้ทางธรรมชาติและความงดงามของผืนป่าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับทุกเพศทุกวัย ภายใต้แนวคิด “การนำความรู้และความงดงามของผืนป่ามาเป็นแหล่งเรียนรู้” ผู้พัฒนาจึงมุ่งหวังให้ผู้คนได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด รู้จักและเข้าใจคุณค่าของสิ่งแวดล้อมรอบตัว

โดยการออกแบบเส้นทางนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อให้ผู้เข้าชมได้เดินทางเข้าสู่ความลึกซึ้งของป่า ผ่านจุดชมวิวธรรมชาติและจุดศูนย์กลางการเรียนรู้ที่จัดเตรียมข้อมูลด้านชีววิทยา ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ของพื้นที่ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างการพักผ่อนหย่อนใจและการศึกษาแบบองค์รวม นอกจากนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของ “ความรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ” ที่ทุกคนจะได้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมสำหรับคนรุ่นหลัง

เส้นทางศึกษาธรรมชาติในกิ่วแม่ปานจึงเป็นมากกว่าการท่องเที่ยว แต่เป็นการเปิดโลกทัศน์และสร้างประสบการณ์ตรงที่จะกระตุ้นให้ผู้คนรู้สึกผูกพันและตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติในชีวิตประจำวัน และช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนในชุมชนและสังคมต่อไป

 

อะไรคือเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน?

เส้นทางเป็นวงรอบประมาณ 3.2 กม. ใช้เวลาเดิน 2–3 ชั่วโมง ตั้งอยู่ กม.42 บนถนนจอมทอง‑ยอดดอยอินทนนท์

เส้นทางนี้เปิดให้เดินช่วงไหน?

เปิดรับนักท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 1 พ.ย.–31 พ.ค. และปิดในฤดูฝน (มิ.ย.–ต.ค.)

ต้องเดินกับไกด์หรือไม่? ค่าใช้จ่ายเท่าไร?

จำเป็นต้องมีไกด์ท้องถิ่นนำทาง (200 บาท/กลุ่มไม่เกิน 10 คน)

เหมาะกับใครและระดับความยากเป็นอย่างไร?

เหมาะกับทุกวัย โดยเฉพาะมือใหม่ ใช้เวลาเดินสั้น ไม่ลำบากมาก

ไฮไลต์สำคัญตลอดเส้นทางมีอะไรบ้าง?

นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิวหลากหลาย เช่น ป่าดิบชื้น, ทุ่งหญ้า, ผาแง่มน้อย, กุหลาบพันปี และจุดชมทะเลหมอก

 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์โลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นกับเรา
เบอร์ : 02-998-5000, 02-998-5999
Email : [email protected]
Facebook : มูลนิธิไทยรักษ์ป่า
Youtube : Thairakpa Foundation

โครงการเครือข่ายเยาวชนแต่ละภูมิภาค

ร่วมสร้างเครือข่ายเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านการเรียนรู้จากห้องเรียนธรรมชาติ

โครงการเครือข่ายเยาวชนของมูลนิธิไทยรักษ์ป่า มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย โดยนำความรู้และความงดงามของผืนป่ามาเป็นแหล่งเรียนรู้ ผ่านการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เอื้อต่อการเข้าถึงและสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด กิจกรรมเหล่านี้ช่วยปลูกฝังความรักและความหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติแก่เยาวชน เสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าไม้ เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นผู้นำที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในอนาคต

 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์โลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นกับเรา

 

โครงการพลังเครือข่ายเยาวชนลุ่มน้ำ

การทำงานในระดับ เครือข่ายลุ่มน้ำ คือหัวใจสำคัญของการรักษา ความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างยั่งยืน โดยการร่วมมือกันของคนในพื้นที่เพื่อดูแล ดิน น้ำ ป่า ในลุ่มน้ำเดียวกัน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของเครือข่ายเยาวชน ที่ช่วยจุดประกายให้คนในพื้นที่ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ และรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันในลุ่มน้ำของตนเอง ช่วยให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมในทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรเหล่านี้ จึงเกิดพลังความร่วมมือที่แข็งแกร่งในการบริหารจัดการทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ

พลังความร่วมมือในเครือข่ายลุ่มน้ำและเยาวชน

เมื่อทุกภาคส่วน ทั้งชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรเอกชน ร่วมมือกันในระดับเครือข่ายลุ่มน้ำ จะเกิดพลังความร่วมมือที่แข็งแกร่งในการบริหารจัดการทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ การแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการจัดการทรัพยากรที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ช่วยให้การแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมีความสอดคล้องและยั่งยืน

รวมถึงเครือข่ายเยาวชนที่นำพาแนวคิดใหม่ ๆ และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมมาช่วยผลักดันการดำเนินงานให้เกิดความต่อเนื่องและทันสมัย

การสร้างความเป็นเจ้าของร่วม: กุญแจสู่การอนุรักษ์อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวทางที่มีประสิทธิภาพในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ คือการสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันในทรัพยากร ดิน น้ำ และป่า ของคนในพื้นที่ลุ่มน้ำ เมื่อชุมชนและเครือข่ายเยาวชนตระหนักว่าทรัพยากรเหล่านี้เป็นสมบัติร่วมกัน จะเกิดความเข้มแข็งในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การดำเนินงานแบบเครือข่ายลุ่มน้ำไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องระบบนิเวศเท่านั้น แต่ยังสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนผ่านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและการวางแผนการใช้ทรัพยากร

ความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศลุ่มน้ำ

ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ลุ่มน้ำมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศโดยรวม การรักษาสมดุลของระบบนิเวศผ่านการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และการใช้ทรัพยากรดินอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ธรรมชาติฟื้นตัวและสร้างประโยชน์ต่อชุมชนในระยะยาว การสร้างเครือข่ายลุ่มน้ำที่เข้มแข็งจึงเป็นกลไกสำคัญในการรักษาทรัพยากรป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน โดยมีชุมชนเป็นกำลังสำคัญในการดูแลและปกป้องสมบัติล้ำค่าเหล่านี้ให้คงอยู่สืบไป

โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของเครือข่ายเยาวชนที่ลงมือปฏิบัติจริง เช่น การปลูกป่าต้นน้ำ เก็บขยะ และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ถือเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับธรรมชาติ


เบอร์ : 02-998-5000, 02-998-5999
Email : [email protected]
Facebook : มูลนิธิไทยรักษ์ป่า
Youtube : Thairakpa Foundation

โครงการพัฒนาอาชีพ

โครงการพัฒนาอาชีพช่วยสร้างโอกาสให้คนในชุมชนต้นน้ำ มีรายได้จาก ป่าชุมชน อย่างสมดุล ไม่ว่าจะเป็นการทอผ้า งานหัตถกรรม ผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทั้งหมดนี้ทำให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมสืบสานภูมิปัญญาและดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

 

เป้าหมายโครงการพัฒนาอาชีพในป่าชุมชน

  • สร้างรายได้โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
  • สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรม
  • เสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนต้นน้ำ

 

ตัวอย่างอาชีพจากป่าชุมชนที่ชุมชนพัฒนาได้จริง

  • ทอผ้าพื้นเมืองจากเส้นใยธรรมชาติ
  • ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและอาหารพื้นบ้าน
  • การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวิถีชีวิต

 

ร่วมสนับสนุนโครงการพัฒนาอาชีพในป่าชุมชน

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ควบคู่กับการอนุรักษ์ป่าชุมชน

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่

มูลนิธิไทยรักษ์ป่า สำนักงานกรุงเทพฯ
เบอร์ : 02-998-5000, 02-998-5999
Email : [email protected]
Facebook : มูลนิธิไทยรักษ์ป่า
Youtube : Thairakpa Foundation

โครงการหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า จังหวัดเชียงใหม่

หลักการและเหตุผล

“ป่าต้นน้ำ” เปรียบเสมือนแหล่งผลิตและกักเก็บน้ำตามธรรมชาติ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสายที่หล่อเลี้ยงสรรพสิ่งมาช้านาน ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ตอนบนของพื้นที่ลุ่มน้ำ มีสภาพเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะแหล่งลุ่มน้ำชั้นคุณภาพซึ่งมีป่าปกคลุมอย่างถาวร ในขณะเดียวกันพื้นเหล่านี้ส่วนหนึ่งยังคงเป็นที่ตั้งของชุมชนบนพื้นที่สูง ซึ่งมีความหลากหลายทางกลุ่มชาติพันธุ์ วัฒนธรรมประเพณี วิถีการดำรงชีวิตเป็นต้น มีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยปัจจัยพื้นฐานจากทรัพยากรธรรมชาติในการดำรงชีวิต และนับวันชุมชนบนพื้นที่สูงมีแนวโน้มของจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกิดการขยายพื้นที่ทำกินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้ปัจจุบันพื้นป่าโดยรวมของประเทศลดลงอย่างรวดเร็ว

มูลนิธิไทยรักษ์ป่า ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้เริ่มดำเนินการ โครงการหมู่บ้านไทยรักษ์ป่าขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนในพื้นที่ต้นน้ำ เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าต้นน้ำ มีการพึ่งพาอาศัยและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ ”  และได้เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2550 จนถึง ปี 2559 โดยมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์  รวมถึงการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยใช้ความรู้ภูมิปัญญาของชุมชนผสมผสานกับหลักวิชาการในการกำหนดกิจกรรมอนุรักษ์ร่วมกัน รวมถึงการจำแนกที่ดินเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างมีส่วนร่วม โดยกำหนดกฎกติกาทางสังคมเพื่อให้เกิดการยอมรับร่วมกัน  และเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต  ลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอกชุมชน เน้นการนำปัจจัยภายในมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีเป้าหมายให้เกิดการพึ่งตนเอง เป็นแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าที่สมดุลท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงจากภายนอก สามารถเป็นต้นแบบของความสำเร็จและขยายแนวคิดไปยังหมู่บ้านอื่นๆได้

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อส่งเสริมกิจกรรมอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีส่วนร่วมที่สอดคล้องกับภูมิปัญญาของชุมชนในพื้นที่ป่าต้นน้ำ
  2. เพื่อให้เกิดการพึ่งพาและใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  3. เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และพัฒนาบนฐานงานวิจัยด้านระบบนิเวศฯ
  4. พัฒนากลไกการการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติจิของชุมชนอย่างมีส่วนร่วม

เป้าหมาย : พื้นที่ 3 ลุ่มน้ำ

  1. หมู่บ้านต้นแบบ บ้านโป่งสะแยน หมู่ที่ 1 ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หมู่บ้านเครือข่าย บ้านสบแม่ผาปู ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
  2. หมู่บ้านต้นแบบ บ้านตีนผา หมู่ที่ 13 ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หมู่บ้านเครือข่าย บ้านป่าตึงหมู่ที่ 13 บ้านแม่มิงค์หมู่ที่ 11 ต.ช่างเคิ่งอ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
  3. หมู่บ้านต้นแบบ บ้านสันดินแดง หมู่ที่ 15 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ หมู่บ้านเครือข่าย บ้านกลาง บ้านห้วยวอก หมู่ที่15 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ หมู่บ้านเครือข่ายบ้านฮากเกี๊ยะหมู่ที่ 5 บ้านห้วยหลวง หมู่ที่ 23 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. ส่งเสริมกิจกรรมอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีส่วนร่วมที่สอดคล้องกับภูมิปัญญาของชุมชน
  2. เกิดการพึ่งพาและใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  3. เกิดการอนุรักษ์และพัฒนาบนฐานงานวิจัยด้านระบบนิเวศฯ
  4. เกิดกลไกการบริหารทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนร่วมกับหน่วยงานราชการ องค์กรพัฒนาเอกชนและชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงอย่าวงมีส่วนร่วมและเป็นธรรม

โครงการหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า

โครงการหมู่บ้านไทยรักษ์ป่า ช่วยส่งเสริมและสร้างสมดุลให้คนอยู่กับป่า

โครงการ “คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้” มุ่งเน้นแนวคิดการสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและการอนุรักษ์ป่าไม้ โดยมีเป้าหมายให้ชุมชนทั้งหลายได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทั้ง “คนอยู่กับป่า” และ “ป่าอยู่กับคน” ได้อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน แนวทางนี้ไม่เพียงแค่ส่งเสริมเศรษฐกิจในระดับชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่น โดยการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

ในมิติของ “คนอยู่กับป่า” แนวคิดนี้สะท้อนถึงการที่ชุมชนเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการทรัพยากรป่าไม้ การฟื้นฟูพื้นที่ที่ถูกทำลาย หรือการนำความรู้ทางธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยให้มีรายได้ที่มั่นคงและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด ในขณะเดียวกันก็เป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่อีกด้วย

การส่งเสริม “คนอยู่กับป่า” ยังเปิดโอกาสให้ชุมชนได้มีบทบาทในการตัดสินใจและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีส่วนร่วม โดยผ่านการจัดตั้งกลุ่มหรือคณะกรรมการท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างชุมชนกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้และฝึกอบรมเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และ เครือข่ายเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้ชุมชนสามารถนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในการดูแลและฟื้นฟูพื้นที่ป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในภาพรวม แนวคิด “คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้” หรือ “คนอยู่กับป่า” จึงเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระยะยาว เพราะหากทั้งมนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล เราจะสามารถสร้างสังคมที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมกับปกป้องโลกให้คงความอุดมสมบูรณ์ไว้ให้กับคนรุ่นหลังต่อไป

 

 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์โลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นกับเรา

เบอร์ : 02-998-5000, 02-998-5999
Email : [email protected]
Facebook : มูลนิธิไทยรักษ์ป่า
Youtube : Thairakpa Foundation